Rant

ไปอ่านบล็อกต่างประเทศอันหนึ่งก็เจอเขาพูดถึงข่าว http://www.lifesitenews.com/ldn/2008/aug/08081506.html เป็นเรื่องบาทหลวงแคทอลิกระดับบิชอปใน เวสต์มิสเสตอร์ อังกฤษเขียนหนังสือเพี้ยนๆ กล่าวหาว่าการไม่ซื่อสัตย์ทางเพศ ไม่ว่าจะมีกิ๊กเพศตรงข้ามหรือเป็นเกย์รักเพศเดียวกันนั้นเป็นช่องทางให้ปิศาจเข้าสิงได้
 
มีกิ๊กนี่โดนปิศาจเข้าสิง??  เป็นเกย์แสดงว่าผีเข้า? หรือคุณบิชอปจะยืมศัพท์ไสยศาสตร์ไทยที่เชื่อเรื่องเสน่ห์ยาแฝด น้ำมันพราย หงษ์ร่อน มาใช้โดยไม่ขอลิขสิทธิ์เสียแล้ว
 
บาทหลวง เจเรมี่ เดวิสยังบอกด้วยว่า "หนึ่งในสาเหตุการเพิ่มประชากรเกย์มาจากผลงานของปิศาจ"!!!
 
ท่าจะอ่านแฮรี่มากไปจริงๆ = =' ดีไม่หลุดโทษพวกเดธอีตเตอร์เข้าให้
 
พ่อหมอไล่ผีใส่ชุดนักบวชคนนี้ยังบ่นไม่จบ กล่าวหาว่าปัญหาด้านอื่นๆในสังคมอย่าง การทำแท้ง การคุมกำเนิด การแต่งงานของกลุ่มรักร่วมเพศ และการโคลนมนุษย์ ก็เป็นผลงานของซาตานด้วย
 
การคุมกำเนิด ยืดอกพกถุงไม่ให้ติดเอดส์หรือมีท้องโดยไม่พร้อมเนี่ยนะผลงานลูซิเฟอร์? พูดงี้ท่านมีชัยเคืองตายชัก บุตรแห่งความมืดประเภทไหนจะสุนทรีย์ออกถุงยางมาทุกสีทุกรสได้ขนาดนี้?
 
เออนั่นสิ ผมลืมไป ก็ศาสนจักรนี่แหละที่วิ่งไปทั่วแอฟริกา อินเดีย(แม่ชีเทเรซ่านี่แหละหัวเรือใหญ่) ประเทศโลกที่สาม รณรงค์ห้ามการใช้ถุงยาง ยาคุม ให้การศึกษาเรื่องเซกส์ปลอดภัยเพราะเป็นบาป จะเอาแต่สอนรักนวลสงวนตัวกันอย่างเดียวใคร๊มันจะทำได้ พอเกิดวิกฤตเอดส์ก็มาโทษนั่นนี่แล้วร้องห่มร้องไห้ยังก๊ะแดนสารขัณฑ์ไม่มีผิด
 
 ถ้านี่ยังบ้าไม่พอ ท่านบิชอบยังเตือนในหนังสือด้วยว่าให้ระวังศาสตร์จากตะวันออกและความรู้นิวเอจ เช่นการฝึกโยคะ นั่งสมาธิ ดูดวง จะเป็นช่องให้ปิศาจเข้าสิงได้
 
ปิศาจอะไรฟระ อย่างมากผมก็เห็นคนองค์ลงตอนเต้นแอโรบิกเท่านั้นเอง :p
 
ถ้าสงสัยว่าทำไมแกถึงเชื่อเรื่องปิศาจวิญญาณหลอนมากขนาดนี้ คำตอบก็คือบาทหลวง เจเรมี่ เดวิสเป็นนักไล่ผี(Excorcist) ของศาสนจักรอย่างเป็นทางการจริงๆ! ใช่ครับศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วศาสนจักรยังมีหน่วยไล่ผี องค์กรไล่ผี แถมยังสอนหลักสูตรไล่ผีในกรุงโรมเหมือนการ์ตูนเฮลซิ่งไม่มีผิด ถึงแม้กฏศาสนจักรจะบอกว่าให้พิจารณาความเห็นจิตแพทย์ก่อนว่า"เหยื่อ"มีอาการทางจิตหรือไม่ แต่ถ้าคุณถูกสอนให้เชื่อเรื่องหลุดโลกอย่างปิศาจแล้วมีรึจะ"เชื่อ"ตามหมอ และทุกๆสองสามปีก็จะต้องมีคนเสียชีวิตเพราะพิธีไล่ผีเกิดความผิดพลาดอย่างน่าเศร้า
 
 ในข่าวไม่มีรูปท่านบิชอบ เดาเอาว่าคงหน้าตาประมาณนี้ (หรืออาจเป็นเพื่อนร่วมสำนักก็ได้)
 

ไม่ก็แบบนี้ = ='
 
 
อย่างนี้ละครับ เรื่องจริงจังสำหรับตัวเองมักเป็นความงมงายสำหรับคนอื่น สุดท้ายมนุษย์ต่างบวมคือกันทั้งโลกนั่นแล ฉะนั้นศาสนาทั้งหลายที่ชอบมาทำการตลาดอยู่ในบ้านเราก็จงยอมรับมาเสียเถอะว่าคุณเองก็บ๊อง เราจะให้บทสวดไล่ผีขนุน ผีกระเทย สารพัดผีกับคุณ ส่วนพระเจ้าฝั่งนั้นก็มาใบ้หวยชาวบ้านบ้างเป็นอันแฟร์
 
 
ขอปิดท้ายด้วยรูปนี้ ใครว่ามีแต่คนไทยไหว้ต้นไม้ อันนี้ก็กระทาชายชาวเนบราสก้า USA เห็นรูป Jesus บนขนมปังปิ้งแล้วเก็บไว้กราบไหว้บูชาเหมือกัน http://www.wnd.com/news/article.asp?ARTICLE_ID=44986
 
 

ลั่นฆ้องศึก!!!

posted on 15 Aug 2008 00:18 by repentant  in Rant

"Anyone who has the power to make you believe absurdities has the power to make you commit atrocitices."

"ใครที่ทำให้ท่านเชื่อเรื่องเหลื่อเชื่อไร้สาระได้ ก็สามารถสั่งให้ท่านทำสิ่งโหดร้ายเกินประมาณได้เช่นกัน"


คำเตือนของวอลแตร์มีอายุหลายร้อยปีแล้วแต่ความหมายของมันก็ยังเป็นอมตะ ประเด็นทางความคิด ขนบธรรมเนียมและความเชื่อมีผลกับทิศทางสังคมเสมอ โดยเฉพาะถ้ามันเป็นตุ้มถ่วงที่หนักพอจะดึงมนุษย์ไปเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาหรือกลุ่มการเมืองได้

ท่ามกลางสนามประท้วงร้อนระอุ เราอาจมองข้ามมุมอื่นๆของสงครามวัฒนธรรม(Culture War)ที่กำลังดำเนินอยู่ในมุมหลืบของหนังสือพิมพ์และเว็บบอร์ด อย่างเซนเซอร์ VSเพศศึกษา, วิทยาศาสตร์ VSความเชื่อ ซึ่งสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะหลายๆเรื่องในสงครามวัฒนธรรมมีแนวโน้มซ้าย ขวา ตีลังกา ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นโปรดของผมอย่างศาสนากับวิทยาศาสตร์

ฉะนั้นบล็อกนี้จะเน้นแขนงวิทยาศาสตร์ที่มีผลกระทบกับปรัชญาทางศาสนา ความเชื่ออย่างทฤษฏีวิวัฒนาการมากสักหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะน่าเบื่อหรอกนะครับ วิทยาศาสตร์น่ะจริงๆแล้วให้ความรู้สึกติ้นตันได้มากกว่าที่หนังสือน่าเบื่อของ สสวท สอนมาก และผมก็มีรายการตลกบริโภคไว้คั่นอยู่พอสมควร

หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นที่ให้ท่านผู้อ่านได้หยุดพัก มองกระแสข้อมูลดิจิตอลที่ไหลบ่าผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างมีเหตุผล  และว่ายไปในทางที่หลักฐานชี้ไปด้วยกันเน้อ

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล็อกพงศาวดารสงครามมีมส์ _/\_