จริงๆคลิปนี้ก็ตั้งแต่ปี 2008 แล้ว พอดีมีคนบอกว่าอ่านหนังสือพิมพ์มาแล้วเขาวิจารณ์ว่าเป็น Speech ที่ดี ผมเลยตัดส่วนคมคายสมฐานะนักเขียนมือเด็ดมาแบ่งปันให้อ่านกันครับ
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
เนื้อหาหลักๆที่ป้าเจเคพูดถึงคือประโยชน์ของความล้มเหลวและความสำคัญของจินตนาการ
ป้าเล่าถึงตอนเด็กว่าพ่อแม่ไม่อยากให้เป็นนักเขียนหรอกเพราะกลัวว่าจะไส้แห้ง ซึ่งเธอก็พยายามสมานฉันท์มาตลอดด้วยการเรียนสายที่เกี่ยวกับภาษาแต่พอจะหากินได้ แต่ปัญหาคือมันครึ่งๆกลางๆ พอรถที่พ่อแม่ขับมาส่งลับตาปุ๊บป้าก็ใช้เวลาในโรงเรียนอยู่กับวิชาการเขียน กว่าผู้ปกครองจะรู้ว่าลงเรียนวิชาวรรณกรรมคลาสสิกก็ตอนพิธีรับปริญญานั่นเลย
แน่นอน ชีวิตอีหลักอีเหลื่อแบบนี้ต้องทำให้ที่บ้านกับเธอตึงๆกันบ้าง แต่ป้าก็เชื่อว่าการโทษพ่อแม่กับชีวิตที่ต้องเป็นนั้นมีวันหมดอายุอยู่ นั่นคือเมื่อใดที่เรายืนด้วยขาตัวเองได้ เวลาในการโทษพ่อแม่ก็หมดลง ที่สำคัญบิดามารดาซ฿่งเคยยากจนมาก่อนย่อมต้องอยากเห็นลูกประสบความสำเร็จในอาชีพมั่นคง จะไปโทษมุมมองแบบนั้นคงไม่ได้
เจเคเล่าต่อว่าชีวิตหลังจากนั้นเธอก็ล้มเหลว ต้องหย่าสามี เลี้ยงลูกคนเดียว แถมตกงานอีกต่างหาก มันไม่ใช่ชีวิตที่สนุกเลย และใครจะมาทำให้ชีวิตล้มเหลวฟังดูเป็นนิทานสู้ชีวิตโรแมนติคก็เวอร์มาก แต่ขณะเดียวกันความล้มเหลวก็เป็นรากฐานแห่งความสำเร็จของเธอเช่นกัน
So why do I talk about the benefits of failure? Simply because failure meant a stripping away of the inessential. I stopped pretending to myself that I was anything other than what I was, and began to direct all my energy into finishing the only work that mattered to me. Had I really succeeded at anything else, I might never have found the determination to succeed in the one arena I believed I truly belonged. I was set free, because my greatest fear had been realised, and I was still alive, and I still had a daughter whom I adored, and I had an old typewriter and a big idea. And so rock bottom became the solid foundation on which I rebuilt my life.
ทำไมฉันต้องพูดถึงว่าล้มเหลวเป็นประโยชน์น่ะรึ? ก็เพราะความล้มเหลวมันหมายถึงการล้างสิ่งอื่นที่ไม่จำเป็นในชีวิตไป ฉันเลิกเสแสร้งว่าตัวเองเป็นใครและเริ่มใช้พลังงานทั้งหมดทุ่มเทให้กับงานเดียวในชีวิตที่สำคัญ ถ่าหากฉันไปประสบความสำเร็จในเรื่องอื่นละก็ ไม่แน่ว่าตัวเองอาจไม่ได้พบความมุ่งมั่นที่จะต้องเขียนงานให้สำเร็จก็ได้
ฉันเป็นอิสระ เพราะความกลัวของฉันได้กลายเป็นจริงและผ่านพ้นไปแล้ว แต่ฉันก็ยังมีลูกที่รัก มีพิมพ์ดีดเก่าๆไว้เป็นฐานรากให้สร้างชีวิตขึ้นใหม่
ต่อไปคือความสำคัญของจินตนาการซึ่งเธอบอกว่าไม่ได้ใช้เขียนอย่างเดียว แต่เรายังสามารถใช้มันเพื่อจินจนาการถึงชีวิตของผู้อื่นและเปลี่ยนอปลงตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและโลกได้
If you choose to use your status and influence to raise your voice on behalf of those who have no voice; if you choose to identify not only with the powerful, but with the powerless; if you retain the ability to imagine yourself into the lives of those who do not have your advantages, then it will not only be your proud families who celebrate your existence, but thousands and millions of people whose reality you have helped change. We do not need magic to change the world, we carry all the power we need inside ourselves already: we have the power to imagine better.
ถ้าคุณเลือกจะใช้สถานะและอิทธิพลเพื่อให้เสียงแก่ผู้ไร้แรงเปิดปาก ถ้าคุณไม่ได้เทียบตัวเองกับผู้ทรงอำนาจเท่านั้น แต่ยังนึกถึงใจผู้ไร้อำนาจด้วย ถ้าคุณยังเก็บพลังแห่งจินจนาการให้นึกชีวิตในสายตาของผู้ที่ไม่ได้โชคดีอย่างคุณแล้วละก็ จะไม่ใช่แค่พ่อแม่เท่านั้นที่ยินดีกับความสำเร็จของคุณ แต่คนอีกหลายพันหลายล้านที่มีชีวิตจริงได้เปลี่ยนไปเพราะจินตนาการของคุณก็จะเฉลิมฉลองชีวิตคุณ"ปด้วย
เราไม่ต้องใช้เวทมนต์เพื่อเปลี่ยนโลกหรอก เรามีพลังเหล่านั้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว นัน่คือการจินตนาการถึงโลกที่ดีกว่านั่นเอง
อย่างนี้สิ เจ้าแม่นิยาย อิอิ
Tags: good stuffs, jkr25 Comments
หุๆ ท้อได้แต่ห้ามถอยสินะ#2 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-03-07 00:02
เจ๊ไม้พิน สุดยอดจริงๆครับ ^^
ปล.เรียนเชิญผู้มีประสบการณ์ไปตอบคำถามที่นี่หน่อยครับ
http://board.exteen.com/talk/read/5150
ปล.เรียนเชิญผู้มีประสบการณ์ไปตอบคำถามที่นี่หน่อยครับ
http://board.exteen.com/talk/read/5150
ส่วนที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งของเธอสินะ
#4 By กรรมกรไซเบอร์ on 2009-03-07 00:28
นั่นสินะ
#5 By ลิงหกกะล้ม on 2009-03-07 01:15
ชีวิตก็ต้องมีขึ้นมีลงเนอะ เพียงแต่เราต้องผ่านช่วงขาลงให้ได้ และเก็บมันไว้เป็นประสบการณ์
เป็นสุนทรพจน์ที่สุดยอดจริงๆ มีแอบขำนิดๆด้วย เอาชื่อเพื่อนมาเป็นผู้เสพความตาย ทำไปได้
#9 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2009-03-07 08:37
อืม ปลุกแรงให้นักเขียนได้หลายคนเลยนะ
แต่ส่วนตัวไม่อินเท่าไร มันหมดวัยนั้นมาแล้ว
แต่ส่วนตัวไม่อินเท่าไร มันหมดวัยนั้นมาแล้ว
#10 By Urza ชาลันล่าห์ on 2009-03-07 09:33
ไฟลุกพรึ่บ !!
ขอบคุณป้าที่ทำให้เรามีหนังดีๆดูกัน
แม้ว่าปีที่แล้วจะไม่ได้ดู
สุดยอด
#12 By ~(^ ^o) น้องรั่วแห่งชาติ (o^ ^)~ on 2009-03-07 12:44
ตอนสุดท้ายพูดได้ดีมากๆ
#13 By =*MoonShiNe Ze*= on 2009-03-07 12:46
คิดไงกับเรื่องพระเจ้าสร้างมนุษย์,ทฤษฎีวิวัฒนาการ ในช่วงกลางๆหน้าของบทความนี้ครับ แล้วงานที่เค้ากล่าวอ้างนี้มีจริงหรือเคยได้ยินมาบ้างมั๊ยครับ
http://www.mythland.org/html/modules.php?name=Content&pa=printpage&pid=36
http://www.mythland.org/html/modules.php?name=Content&pa=printpage&pid=36

#14 By yB 41# (118.173.21.105) on 2009-03-07 16:23
นี่สิคะ
พอวันที่เลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไปก็ไม่มีวันไหนจะเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว
ต่อไปก็เป็นเทิร์นของวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิต
พอวันที่เลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไปก็ไม่มีวันไหนจะเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว
ต่อไปก็เป็นเทิร์นของวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิต
อาจารย์ที่สอนวิชา speech เอามาให้อ่านล่ะค่ะ
เป็นคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่ง
อ่านจบแล้วต้องขอบอกว่าคุณป้าเจเคพูดได้ดีจริงๆ
ชอบที่บอกว่า ไม่ต้องมีเวทมนตร์หรอก เราก็สามารถเปลี่ยนโลกได้
เป็นคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่ง
อ่านจบแล้วต้องขอบอกว่าคุณป้าเจเคพูดได้ดีจริงๆ
ชอบที่บอกว่า ไม่ต้องมีเวทมนตร์หรอก เราก็สามารถเปลี่ยนโลกได้
#16 By มะโมนั้นโก้จริงๆ on 2009-03-08 22:58
^^ ลืมค่ะ
#17 By มะโมนั้นโก้จริงๆ on 2009-03-08 22:59
เป็นคำพูดที่น่าจดจำจริงๆ
#18 By marsfia472 on 2009-03-16 11:55
ส่วนตัวผมนับถือเจเคที่ความพยายามของเจ๊แก
ที่มุ่งมั่นจากคนที่แทบจะไม่มีอะไร
แต่วันนี้...
อัพนานแล้วแต่มาอ่านเอาป่านนี้ทำตัวไม่สมเป็นแฟนบล็อกเลยนะ
ฮือออออ................หนึ่งเมษานี้เลิกเป็นแฟวอริตดีกว่านะ
ที่มุ่งมั่นจากคนที่แทบจะไม่มีอะไร
แต่วันนี้...
อัพนานแล้วแต่มาอ่านเอาป่านนี้ทำตัวไม่สมเป็นแฟนบล็อกเลยนะ
ฮือออออ................หนึ่งเมษานี้เลิกเป็นแฟวอริตดีกว่านะ
หายไปไหนครับ ช่วงนี้ไม่อัพบล็อกเลย หรือว่ากำลังยุ่งกับการเรียนอยู่ ยังไงก็รออ่านนะครับ
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
#22 By ความรักสร้างฉัน on 2009-04-18 18:27
เธอเป็นแรงบันดาลใจมากๆเลย
#24 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-05-29 16:32

#1 By wesong on 2009-03-07 00:01