5 อาวุธ Sci-Fi ที่คุณอาจไม่เชื่อว่ามีจริง
posted on 09 Feb 2009 22:25 by repentant in Science
1. Augcog (Augmented Cognition)
คุณเคยเห็นจาก: The Matrix

จำฉากจากภาคแรกที่ทรินิตี้กับนีโอไปช่วยมอร์เฟียสได้ไหมครับ พอทั้งสองหนีขึ้นมาบนดาดฟ้าแล้วเจอเฮลิคอปเตอร์ปุ๊บ ทรินิตี้ก็ติดต่อกับแทงค์ในยานเนบูคัดเนซซาให้โหลดวิธีขับคอปเตอร์เข้าสมองเธอผ่าน The Matrix ชั่วพริบตาสายข้อมูลสีเขียวก็วิ่งผ่านตาทรินิตี้แล้วเธอก็ขับฮิวอี้ได้ทันที
ของจริง: Augcog โดย DARPA (Defense Advanced Research Projects Agency)
Augcog โครงการราคา 70 ล้านเหรียญสหรัฐเกิดจากความพยายามของกองทัพสหรัฐที่พบปัญหาว่าทุกวันนี้ทหาร และนักบินรบได้ข้อมูลจากระบบสื่อสารมากเกินกว่าโสตประสาททั่วๆไปอย่างตาหรือหูจะประมวลผลทัน พวกเขาจึงหาทางออกโดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐิ์อ่านสัญญาณคลื่นสมองของผู้ใช้ระบบ ถ้าหากสมองส่วนรับภาพเริ่มทำงานหนักเกินไป ข้อมูลชุดต่อไปอาจมาในรูปแบบตัวอักษร หรือเสียงแทน โครงการ Augcog ยังถูก NASA ดัดแปลงไปใช้ในโครงการ Neurotechnology for Intelligence Analysts เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม หลักง่ายๆคือสมองมนุษย์ทั่วไปจะยิงสัญญาณออกมาประมาณ 250 ถึง 400 มิลิวินาทีหลังจากเห็นเป้าหมาย(ฐานจรวด เครื่องบิน เมกาตรอน) ซึ่งเวลาชั่ววูบนี้บางทีสามัญสำนึกเราจะมองข้ามไปเฉยๆ Augcog จะจับการทำงานของสมองตรงนี้เพื่อช่วยเลือกพื้นที่เป้าหมาย
ขั้นต่อไปของ Augcog ไม่ใช่การสร้างระบบที่สมองต่อสมองผู้ใช้เท่านั้นนะครับ แต่เป็นการป้อนข้อมูลเข้าสู่สมองโดยตรงผ่านตัวรับสัญญาณที่ฝังไว้ในสมองหรือเส้นประสาทเลย
2. Microwave weapon
คุณเคยเห็นจาก: หนังอวกาศทั้งหลาย
ปิ้วๆๆๆ
ของจริง: Active Denial system โดย Raytheon
![]()
อาวุธพลังงานในชีวิตจริงต่างจากที่เห็นในหนังนิดหน่อย เพราะในขณะทีหนังต้องแต่งสี ใส่เสียงเข้าไป อาวุธพลังงานของจริง ไม่ว่าจะเลเซอร์หรือไมโครเวฟต่างไร้สีทั้งนั้น เสียงยังแทบไม่ค่อยจะมี เจ้า ADS นี่จะยิงคลื่นไมโครเวฟออกไปยังเป้าหมายห่างออกไปเกือบกิโล ซึ่งก็จะทำให้น้ำใต้ชั้นผิวหนังเดือดเหมือนเวลาต้มมาม่า สร้างความเจ็บปวดมหาศาลจนสัญชาตญาณจะถีบตัวไล่เราออกจากบริเวณให้ไกลที่สุด ทันทีที่ออกจากคลื่นความเจ็บก้จะหายไปทันที ไม่มีบาดแผลหรือรอยไหม้ (ยกเว้นผู้ควบคุมจะปรับให้มันต้มสมองคุณล่ะนะ)
นอกจากไมโครเวฟแล้ว เลเซอร์ติดโบอิ้งก็มีนะครับ

3. Symbiotic flight suit
คุณเคยเห็นจาก: Evangelion

อืมมม ไอ้ชุดอย่างนี้แหละ อืมมม
ขุดในอีวานเกเลียน นอกจากจะเซกซี่แล้วยังบอกสถานะของหุ่นได้ด้วย ถ้าอีวาโดนจับขา นักบินก็จะร้องอ๊ากๆๆทันที
ของจริง: Symbiotic Flight suit
ก็ใช้หลักคล้ายๆกันนั่นแหละครับ แต่สาเหตุที่เขาใช้ระบบแบบนี้ก็เนื่องมาจากว่านักบินรบปัจจุบันได้ข้อมูลมากเกินไปนั่นเอง ฉะนั้นแทนที่จะบอกว่า "เฮ้ย โครงสร้างปีกขวาโดนแรงบีบอยู่นะ" ผ่านเสียงหรือภาพบนจอ ชุดนักบินตรงแขนขวาก็จะรู้สึกว่าถูกบีบแทน
นอกจากชุดแบบอีวาแล้ว หมวกนักบินรบรุ่นใหม่ยังช่วยให้นักบินมองผ่านตัวเครื่องได้โดยใช้เซนเซอร์ที่ติดอยู่ภายนอก ให้ความรู้สึกเหมือนว่านั่งอยู่บนฟ้าเลยทีเดียวเชียว!

ก็คงไม่สร้างความรุ้สึกเฉิ่มเบ๊อะแบบเครื่องบินล่องหนของแม่สาวน้อยมหัศจรรย์หรอกนะ
4. Rail Guns
คุณเคยเห็นจาก: Eraser

พ่ออาร์โนลด์คนเหล็ก ใช้ปืนซึ่งอาศัยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าผลักกระสุนออกจากกระบอกด้วยความเร็วสูงจนคนกระเด็นทะลุฝาบ้าน
ของจริง: U.S. Navy Rail gun
คิดว่ายิงคนทะลุฝาบ้านเท่ห์นักใช่ไหม?

ความเร็วออกจากลำกล้องประมาณ 7 เท่าของเสียง อย่าเพิ่งห่วงว่าจะมีผู้ว่าคนเหล็กมาไล่ฆ่าคุณถึงบ้าน เพราะเจ้านี่ติดได้แค่บนเรือเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เขายังแก้ปัญหาความสึกหรอที่เกิดกับลำกล้องไม่ได้เลย
5. Combat Drones
คุณเคยเห็นจาก: Metal gear solid, Eagle eye, บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ของจริง: โอ้ มากเกินบรรยาย Reaper, MULE, Global Hawk, Talon, Packbot

M.U.L.E. ของ Lockheed Martin ข้ามสิ่งกีดขวาง วิ่งสหาจุดหมายได้ด้วยตัวเอง
![]()
MQ-9 Reaper ติดจรวด Hellfire ได้ 16 นัด ฟัดกับรถถัง M60 พี่ไทยสบายๆ
สำหรับท่านที่รอหุ่นสองขาอย่างกันดั้มละก็ อย่าเพิ่งหวังเลยครับ ผลศึกษาของเพนตากอนสรุปว่าถึงสองขาจะมีประโยชน์เพราะไปได้ทุกสภาวะ ไอ้การมีแค่สองขาก็เป็นจุดอ่อนร้ายกาจที่ทำให้ศัตรูโค่นเจ้าหุ่นรบเอาได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าออกแบบหุ่นให้มีรูปร่างเหมือนคนแล้วยิ่งวุ่นวายใหญ่ เพราะตัวเบ้อเร่อแต่ติดอาวุธได้แค่มือสองข้าง (ยิ่ง GM หรือจิมในกันดั้มนี่ปัญญาอ่อนที่สุด สร้างหุ่นมาโคตรแพงให้ถือปืนเล็กกว่ารถถัง ใหญ่เทอะทะเป็นเป้าอีก) หัวอยู่บนโน้นก็เกิดมุมอับทางทัศนวิสัย(สำหรับมนุษย์ก็ต้องโทษวิวัฒนาการละนะ ที่จับปลามายืดเป็นคน) เขามองกันว่าหุ่นน่ะ สามขา หรือสี่ขาน่าจะเหมาะสุด (หุ่นขนาดพอดีๆอย่าง Metal Gear 4 เป็นไปได้สูง) ถ้าจะมีหุ่นสองขาก็ต้องเอาขนาดเท่าๆคนอย่าง Terminator นั้นแลขอรับ
เอ๊ะ วันนี้วันมาฆะ กระผมมาพูดเรื่องอาวุธสงครามทำไมนี่?แหะๆๆ

เพระาอ่านหนังสือ Wired for war, การปฏิวัติทางหุ่นยนต์และสงครามในศตวรรษที่ 21 ของที่ปรึกษาโอบาม่าคนนี้มานี่เอง ไว้ว่างจะมาย่อยให้ฟังอีกรอบนะครับ

ไอ้แพท..
ความรู้ครับ ไม่ได้เอาไปฆ่าใคร ชอบตรงAugcog ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียนให้เสียเวลา โอนข้อมูลในหนังสือเข้าสมองโดยตรงเลยได้มั้ยเนี่ยครับ ไม่ไหวแล้ว อ่านไปไม่เข้าหัวเลย เหอๆ
#1 By songsage on 2009-02-09 23:57