นักชิมของเราสมัยยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว
การเดินทางรอบโลกกับเรือบีเกิลของดาร์วินนั้นไม่ได้ช่วยบ่มเพาะความคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการให้กับเขาอย่างเดียวเท่านั้น แต่การได้ผจญโลกกว้างยังทำให้ชายหนุ่มผู้เกือบมีอาชีพเป็นบาทหลวงชนบทได้ซึมซับสังคมและความเป็นมนุษยชาตินอกเหนือเกาะอังกฤษอีกด้วย ใน"บันทึกเรือบีเกิล"ดาร์วินทั้งวิจารณ์การเมือง วิพากษ์ศาสนา ให้คะแนนสาวพื้นเมืองตามเกาะต่างๆ รวมถึงเขียนอธิบายรสชาติสัตว์แปลกๆที่ได้กินระหว่างทางด้วย
เนื่องจากปีนี้เป็น Darwin Year พอดี กระผมเลยขอหยิบเกร็ดสนุกๆมาให้ทุกท่านอ่านบ้าง เผื่อวันนั้นไปอเมริกาใต้จะได้ตามรอยชิมของนักธรรมชาติวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้
ดาร์วินแต่เดิมก็ชอบทำอะไรแผลงๆอยุ่แล้ว สมัยเรียนศาสนาแบบตกแหล่ไม่ตกแหล่อยู่เคมบริดจ์แกก็ไปเข้าร่วมสมาคม"นักชิม"ซึ่งพบกันทุกอาทิตย์เพื่อทานอาหารแปลกๆที่ภัตตาคารในลอนดอนไม่เสริฟกัน สิ่งพิเรนท์สุดที่ดาร์วอนได้ชิมระหว่างอยู่ในสมาคมคือนกฮูกแก่ๆ ที่ท่านบอกว่า"รสชาติอธิบายไม่ถูกเลย!!"
แกไม่น่ากินเสียแล้วล่ะเฮดวิกเอ๋ย
ระหว่างเดินทางกับเรือบีเกิล เมนูเปิบพิสดารของดาร์วินก็เริ่มอย่างเป็นทางการ
ตัวนิ่ม : "เนื้อในกระดองรสชาติหน้าตาคล้ายเป็ดเลย"
นกรีอา(ญาติห่างๆนกกระจอกเทศ) : "เนื้อสีแดงของมันรสชาติเหมือนวัว" เรื่องตลกเกี่ยวกับนกรีอาคือดาร์วินตามหาตัวอย่างอยู่นานแต่ไม่ยักเจอ กระทั่งเย็นวันหนึ่งผู้ร่วมคณะเดินทางยิงได้และเอามาประกอบอาหาร ท่านก็ชิมไปบ่นไปว่าเหมือนเนื้อวัวได้สักพักนั่นแหละถึงเอะใจว่านี่คือนกที่ตูตามหาอยู่นี่หว่า! สุดท้ายดาร์วินเลยเก็บได้แต่โครงกระดูกกับขน เพราะเนื้อถูกหม่ำไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการปลอบใจเขาเลยตั้งชื่อนกชนิดนี้ว่า Rhea Darwinii ให้เกียรติแก่ผู้หม่ำ
หนู Agouti : "อร๊อย อร่อย ไม่เคยกินเนื้ออร่อยเท่านี้มาก่อนในชีวิต!"
เสือพูม่า : "ตอนแรกนึกว่าเป็นเนื้อลูกวัวนะเนี่ย"
อิกัวน่ากาลาปากอส : อันนี้ดาร์วินไม่ได้อธิบายว่ารสเป็นยังไง แต่คิดว่าคงคล้ายๆตัวเหี้ยละมั้งครับ(แล้วเหี้ยรสเหมือนอะไรล่ะนั่น?!?)
เต่ายักษ์กาลาปากอส : ท่าทางจะอร่อยมาก เพราะดาร์วินกับลูกเรือเก็บกลับมาด้วยถึง 48 ตัว ระหว่างทางก็เจี๊ยะไปเสียเกือบหมด กระดองถูกทิ้งลงทะเลซะงั้น! ดาร์วินซุ่มซ่ามเรื่องเก็บตัวอย่างหลายที อย่างนกการ์ลาปากอสก็ไม่ได้บันทึกไว้ว่าจับได้จากเกาะไหนบ้าง เก็บตัวอย่างแมลงเต็มสองมือแล้วตัวที่สามก็จับมาอมไว้ในปากเลยเจอพ่นพิษใส่ซะงั้น
ใช่ว่าดาร์วินจะสนุกกับอาหารพิสดารพวกนี้อย่างเดียวนะครับ สัตว์อย่างตัวนิ่มยังทำให้ดาร์วินเอะใจ(ไม่ทราบว่าก่อนหรือหลังชิม) ว่ามัหน้าตาละม้ายคล้ายฟอสซิลบางชนิดที่ตนค้นพบในบริเวณนั้น แต่เนื่องจากขนาดและรูปร่างของสัตว์ที่มีชีวิตกับสูญพันธุ์ต่างกันมาก ท่านจึงเริ่มได้ไอเดียว่ามันต้องมีพลังอะไรบางอย่างที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้แน่ๆ และนั่นคือการคัดเลือกตามธรรมชาติ วิวัฒนาการนั่นเอง
Glyptodon นิ่มสมัย 2.5 ล้านปีที่แล้วตัวใหญ่เท่ารถ ปู่ชาร์ลสกินไม่ไหวแน่ๆ (ภาพนี้ถ่ายที่ New york Museum of Natiral History จะว่าไปยังไม่เอารูปมาลงบล็อกเลยเนาะ)
ทำไมผมหม่ำอะไรไม่เห็นจะปิ๊งๆอย่างนี้บ้างเลยนะ สงสัยต้องกินสัตว์อะไรแปลกๆด้วยหรือเปล่าไม่รู้ อิอิ
พึ่งรู้ว่าดาร์วินทำไปก่อนเราแล้ว =w="
#1 By ไทน่า หมาป่าตัวเขียว on 2009-01-23 18:00