หนังสือมีอิทธิพลและบทบาทต่อชีวิตมากมาย ถ้าอ่านเพลินๆเพื่อนำไปคิดต่อมันก็เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ถ้าอ่านเพื่อหาความชอบธรรมในการกระทำก็ต้องระวังมันกดขี่เรา หนังสือทำเรื่องเท็จให้เป็นเรื่องจริงก็ได้ อย่างเช่นโลกแบน โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล โลกถูกสร้างในหกวัน หรือเรื่องขวัญกับเรียมที่เป็นนิยายแท้ๆแต่มีการไปตั้งศาลให้คนกราบไว้ ทั้งที่ท่านอาจารย์ไม้ เมืองเดิมเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2485 ไม่ถึงร้อยปีนี้เอง
 
เรื่องในหนังสือกลายเป็นความจริงได้ถ้าคนเชื่อมากๆ แม้กระทั่งไอเดียในนิยายไซไฟก็เช่นกันเหมือนอย่างลัทธิ Scientology ที่นักเขียนนิยายไซไฟ L Ron Hubbard เป็นผู้คิดให้ตาทอม ครูส เป็นสาวกนั่นแหละ
 
แต่วันนี้ขอเอานิยายไซไฟที่กลายสภาพเป็นนโยบายและแนวคิดทางการเมืองดีกว่า จะได้เห็นว่าเมื่อคนเขียนไซไฟมีจินตนาการกว้างไกล และผู้อ่านมีวิสัยทัศน์มองเห็นเหนือเส้นขอบแห่งจินตนาการ ทุกอย่างก็กลายเป็นความจริงได้
 
1. HG Wells : The War of the Worlds(1898), A Modern Utopia แรงบันดาลใจของเชอร์ชิล
 
 
 
วินสตัน เชอร์ชิล รัฐบุรุษชาวอังกฤษผู้พาประเทศผ่านสงครามโลกครั้งที่สองเป็นแฟนนิยายวิทยาศาสตร์ตัวยงและท่านชอบอ่านงานของเวลส์มาก ถึงขั้นหยิบคำพูดจากนิยาย War of the Worlds ที่พูดถึงผู้รุกรานดาวอังคารมาอธิบายพวกนาซี งาน A Modern Utopia ที่พูดถึงโลกในอุดมคติอย่างเสรีภาพของผู้หญิงและความก้าวหน้าทางสังคมอื่นๆก็เป็นแรงบันดาลใจให้นโยบายปฏิรูปหลายอย่างของเชอร์ชิลอีกด้วย ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกันและติดต่อกันจนกระทั่งเวลส์เสียชีวิตในปี 1946
 
 
2. Ayn Rand : Atlas Shrugged(1957) แรงบันดาลใจให้แนวคิด Libertarianism
 
 
ใครเคยเล่นเกม Bioshock จะมีพูดถึงแนวคิด Libertarian ที่เชื่อว่าโลกนี้ไม่ควรมีรัฐหรือบทบาทของฝ่ายปกครองควรน้อยที่สุด รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ในที่ดิน เวนคืนทำทางด่วนไม่ได้ ตลาดควรเสรีเปิดกว้างไม่ต้องใช้กฏเกณฑ์อะไรควบคุม(เชื่อในหัวใจที่มองไม่เห็นของตลาด ซึ่งคงเห็นกันจากวิกฤตินี้แล้วนะครับว่าที่ไม่เห็นเพราะมันไม่มีน่ะเสะ 555)
 
นี่แหละครับคือแนวคิด Libertarian ที่ปรากฏในนิยายของ Ayn Rand และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ David Nolan ตั้งพรรค Libertarian ขึ้นในสหรัฐ พรรครีพับลิกันเองก็ติดแนวคิด Libertatian มาบ้าง กลุ่มแนวคิดตลาดเสรีสุดๆในโลกปัจจุบันก็ได้แรงบันดาลใจจากนิยายเรื่องนี้เช่นกันโดยเฉพาะหนึ่งในต้นเหตุ Financial Crisis รอบนี้
 
Alan Greenspan เป็นแฟนนิยาย Ayan Rand ตัวยง อย่าคิดว่าหนังสือไม่มีผลต่อผู้อ่านนะเออ
 
เพิ่มเติม : ขออนุญาตแย้งท่านที่บอกว่า ศก โลกยังไม่ Libertarian จริงนิดนึง ถ้าตอบตามความรู้น้อยนิดของผมคงต้องบอกว่า ศก ที่นักการเมืองกับเจ้าของเป็นเพื่อนกัน ไม่ว่าในไทยหรือเมืองนอกต่างก็ล็อบบี้ให้รัฐบาลลดการควบคุมตลาด บั่นทอนกฏหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มผลกำไร ซึ่งจริงๆมันเป็นไปในทาง Libertarian นี่แหละ ไม่ใช่ตรงข้าม และปัญหาอีกอย่างของ Libertarian คือความสามารถตรวจสอบและควบคุมความจริงต่อส่วนรวมจะน้อยลง โรงเรียนอยากสอนว่าโลกอายุ 6 พันปี หรือไดโนเสาร์อยู่ร่วมกับคนก็ทำได้เพราะรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย ทั้งนี้ทั้งนั้นเลยต้องมีรัฐบาลเป็นคนกำหนดมาตรฐานความจริง ส่วนหน้าที่ประชาชนคือตรวจสอบรัฐบาลยังไงละครับ
 
 
3.  Robert Heilein : Starship Troopers(1959) แรงบันดาลใจให้เทคโนโลยีทหารสหรัฐ
 
 
 
ใครเห็นไอเดียกองทัพสหรัฐทุกวันนี้ก็ต้องทึ่งว่ามันคิดได้ยังไง ทั้งทหารใส่เกราะ Power suit ระบบจรวดโจมตีได้ทั่วโลก  ถึงใครไม่อตามข่าวการทหารอ่านการ์ตูนแนว Redeyes ก็คงได้ภาพคล้ายๆกันถึงจะเวอร์ไปหน่อย ส่วนหนึ่งก็ต้องยกให้นิยายเรื่องนี้ที่ว่าด้วยทหารหน่วยรบพิเศษใส่เกราะ กระโดดลงจากยานไปสู่เอเลี่ยนต่างดาวนี่ละครับ ใครดูหนังแล้วบอกว่ามันไม่เห็นใส่เกราะพลังอะไรเลยอันนี้ต้องโทษตาผู้กำกับที่เปลี่ยนเนื้อหาหนังสือเอานะ
 
ต้นแบบเกราะพลังงาน!ในนิยายพูดถึงเกราะติดกล้องมองกลางคืน เรดาห์ หูฟังแบบแยกแยะเสียง หน้าจอแสดงแผนที่และข้อมูลสมรภูมิในหมวกคนขับ ซึ่งเพนตากอนก็วางว่า FCS หรือทหารในชุด Future Combat System ต้องมีเช่นกัน
 
คุณ Heilein ยังเป็นแรงบันดาลใจให้แนวคิดอีกหลายอย่าง อย่างใน Starship Trooper ก็พูดถึงว่าประชาชนจะลงคะแนนเลือกตั้งได้ต้องเป็นทหาร 5 ปี 10 ปี ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าได้เสียเลือดเสียเนื้อเพื่อส่วนรวมแล้ว ควรค่าต่อคะแนนเสียงที่พึงได้ จริงๆแนวคิดว่าต้อง"ควรค่า"ก่อนถึงมีส่วนร่วมในระบบการเมืองได้ฟังดูกไม่ใช่ประชาธิปไตยเท่าไหร่ แต่จริงๆโรมันก็มีกฏคล้ายแบบนี้ เสื้อเหลืองเองก็โวยวายจะเอาช่วงประท้วงเหมือนกัน
 
ผมก็กึ่งๆเห็นด้วยนะ แต่คิดว่าเรายังคิดระบบที่ Fair จริงๆ ไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเป็นประชาชนชั้นสองไม่ได้น่ะ 
 
4. Ernest Callenbach : Ecotopia(1975) แรงบันดาลใจให้กลุ่มเคลื่อนไหวสีเขียว (ชื่อไทย นิเวศรัฐ ขอบคุณ ท่าน  Chubby Chocobo ขอรับ)
 
 
นิยายตีพิมพ์ในปี 1975 เป็นเรื่องแรกที่มองโลกอุดมคิตในแง่ของการอนุรักษ์ธรรมชาติแวดล้อมอย่างแท้จริง เนื้อเรื่องพูดถึงรัฐที่แยกตัวเป็นอิสระจากสหรัฐแล้วปฏิวัติพลังงานเขียวเพื่อสร้างสวรรค์ขึ้นบนโลก วางแนวคิดการผลิตสินค้าตามสั่งเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองทรัพยากร การผลิตรถมลภาวะต่ำ ซื้อของใช้ในท้องถิ่น พรรค Green Party ที่มีอิทธิพลในยุโรปก็ใช้นิยายเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจเช่นกัน
 
5. William Gibson : Neuromancer(1984) แรงบันดาลใจให้โลกไซเบอร์
 
 
 
นิยายเอกอุของ William Gibson เรื่องนี้ตีพิมพ์ปี 1984 พูดถึงระบบ Internet ที่ทุกคนใช้ตัวแทนเข้าไปอยู่คล้ายๆกับ The Matrix หรือ Ghost in the Shell ที่ตามมาตอนหลัง เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บุกเบิกโลกไซเบอร์สเปซมองกิจกรรมในเนตว่ามันก็เหมือนๆกับโลกจริง คำว่า Cyberspace ที่ใช้ในเรื่องเลยกลายเป็นคำเดียวกับ World wide Web ที่เกิดขึ้นภายหลังนั่นเอง โลกอินเทอร์เนตยังไงก็ต้องเกิดอยู่แล้วละครับ แต่ไอเดียอย่าง Avatar, Virtual Reality ถ้าไม่มี Neuromancer มากระตุ้นคนอาจไม่บ้าทำเร็วขนาดนี้ก็ได้ 
 
แถมอีกอันเพราะเขาแนะนำมาดี
 
 6. Osamu Tezuka : Astro Boy(1951) แรงบันดาลใจสร้างสังคมมนุษย์อยู่ร่วมกับจักรกล
 
 
 
 ท่าน So Gallagher เสนอเรื่องนี้อีกเรื่อง ซึ่งผมว่าก็เป็นงานเขียนสำคัญอีกชิ้นที่ทำให้สังคมญี่ปุ่นมีความรู้สึกแง่บวกกับแรงงานหุ่นยนต์และวางรากฐานให้ญี่ปุ่นสร้างหุ่นยนต์แบบที่อยู่กับคนได้ขอรับ
 
แรงบันดาลใจ-ลอก มันสำคัญว่ามนุษย์เอาไปได้ไกลถึงไหนนั่นแหละครับ บางคนเขียนนิยายก็เปลี่ยนโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ผมคงไม่หวังอะไรกับ WhiteRoad หรือวงการวรรณกรรมบ้านเราหรอกนะ ฮ่าๆๆๆๆ
 
SRC: Io9,Wikipedia
 
ปล. เอ็นทรี่นี้ทำเนื่องในโอกาสครบรอบ 1000 ปีของนิยายโรแมนซ์เรื่องแรกนะครับ ตาเทราสเฟียร์ว่าจะเขียนเกี่ยวกับนิยายโรแมนซ์ ผมเลยขอแลกด้วยไซไฟที่ตัวเองถนัดบ้างละกัน 

Comment