สมัยหนึ่งเอดส์เคยเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเมืองไทยจนใครๆก็กลัวว่าอีกสิบยี่สิบปีประเทศจะร้างผู้คนเพราะติดเอดส์ตายหมด ดื่มน้ำกับคนเป็นเอดส์ก็ติด จับตัวก็ติด เดินถนนก็กลัวผู้ติดเชื้อเอาเข็มฉีดยาไล่แทง ครูพละมัธยมผมยังบอกว่า"สมัยนี้มีเอดส์สายพันธุ์ใหม่ ติดตอนเช้าตอนเย็นตาย" ไอ้นักเรียนฟังก็ โหยย อะไรวะ นี่มันยิ่งกว่าอีโบล่าอีก!
 
นั่นมันก็นานมาแล้ว แหะๆ หลุดเลยว่าตัวเองแก่
 
ปัญหาเอดส์ในไทยตอนนั้นเกิดจากลูกผู้หญิงที่ต้องทำงานอยู่ในมุมมืดของสังคม ซึ่งถ้าไม่มีผู้กล้าอย่างคุณมีชัยริเริ่มรณรงค์แจกถุงยางอนามัยสายรุ้งของแก ประกอบกับสถานบริการต่างๆมีการตรวจโรคที่เข้มงวดขึ้นแล้ว ทุกวันนี้เมืองไทยอาจร้างผู้ใหญ่จริงๆก็ได้
 
พอปัญหาเอดส์ในวงการกลางคืนลดลง เราก็ขยับมาสนใจการติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่น เด็กนักเรียน นักศึกษามากขึ้น ซึ่งก็ทำให้ต้องพ่วงเรื่องการมีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควรเข้าไป แต่ปัญหากลับกลายเป็นว่า พอขึ้นมาในระดับสังคมไทยที่มองSexเป็นเรื่องสกปรกแล้ว หลายฝ่ายกลับไม่ให้ความสำคัญกับถุงยางอนามัยเท่าที่ควร จะไปพล่ามเกี่ยวกับวัฒนธรรมรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่ามเสียส่วนใหญ่ คนหัวอนุรักษ์นิยมทั้งหลายเห็นการแจกถุงยางกลางสยามก็บ่นว่ารับไม่ได้ ทำหน้าปั้นยากกับเครื่องหยอดเหรียญขายในห้องน้ำ บทเรียนสอนเพศสัมพันธุ์ในโรงเรียนก็ทำเต้นเป็นเจ้าเข้า
 
"มันเป็นการส่งเสริมให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธุ์!"เขาว่างั้น ปากบ่นจะป้องกัน สุดท้ายมีแต่มาตรการแก้ไขเพี้ยนๆ
 
ก็ไม่น่าแปลกใจที่ผลสำรวจออกมาทีไรวัยรุ่นมีอัตราท้องสูงขึ้น ติดโรคสูงขึ้น ตรงข้ามกับที่ไทยเคยจัดการปัญหาเอดส์ในวงหญิงบริการได้อย่างเด็ดขาดมาแล้ว นี่ก็น่าจะใบ้ใครหลายๆคนว่า ไอ้รณรงค์รักนวลสงวนตัว หรือฝรั่งเรียก Abstinence น่ะมันไม่ได้ผล
 
 ล่าสุดผลงานวิจัยจากสหรัฐโดยแพทย์หญิง Janet E. Rosenbaum แห่งมหาวิทยาลัย Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health เกี่ยวกับโครงการรณรงค์รักนวลสงวนตัวในอเมริกาก็เพิ่งออกมาตอกหน้ากลุ่มอนุรักษ์นิยมอีกรอบ เมืองไทยยังไม่มีการศึกษาแบบนี้ แต่ผมว่าวัยรุ่นที่ไหนก็เหมือนกัน ผลคงไม่ต่างกันนักดอก
 
แหวนสัญญาว่าข้าจะไม่มีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร เหอะๆ เชื่ออะไรกับวัยรุ่น
 
แพทย์หญิง Rosenbaum พบว่าโครงการที่วัยรุ่นให้สัญญากับผู้นำศาสนาหรือต่อหน้าประชาชีว่าจะไม่มีเพศสัมพันธุ์นั้นไม่มีผลอะไรเลยกับพฤติกรรมทางเพศ ยังไงวัยรุ่นกว่าครึ่งก็ชิงสุกก่อนห่ามในอัตราเท่ากับกลุ่มที่ไม่ให้สัญญาอยู่ดี แต่น่าเป็นห่วงคือในกลุ่มวัยรุ่นที่รณรงค์รักนวลสงวนตัวนั้นพอมีเพศสัมพันธุ์ทีจะมีโอกาสใช้ถุงยางหรือทานยาคุมกำเนิดน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการศึกษาถึง 10%! Study นี้เปรียบเทียบคนที่ให้คำมั่นและไม่ให้คำมั่นซึ่งมีมุมมอง ความเห็นต่อเพศสัมพันธุ์คล้ายกันอยู่แล้วนะครับ จะบอกว่าคนที่ไม่ให้คำมั่นพรรมจรรย์ได้เปรียบกว่าเพราะเห็นไม่เหมือนกันตั้งแต่แรกคงไม่ได้
 
"คำมั่นว่าจะรักนวลสงวนตัวไม่มีผลอะไรเลยกับพฤติกรรมทางเพศ" แพทย์หญิงกล่าว "แต่มันสร้างความแตกต่างในการใช้ถุงยางและยาคุมกำเนิดที่น่าตกใจ"
 
จริงๆการศึกษาครั้งนี้ก็ให้ผลที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่แล้วก็ตรงกับผลศึกษาอื่นๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะรัฐสีแดงแถบ Bible belt ของสหรัฐที่มีอัตราเคร่งศาสนาสูงกว่า การศึกษาต่ำกว่า ปิดกั้นเรื่องทางเพศมากกว่า จะมีอัตราทำแท้ง หย่า สูงกว่ารัฐสีฟ้าที่ไม่เคร่งศาสนาเท่า
 
หันมามองเมืองไทยบ้างเดี๋ยวจะหาว่าไปบ่นแต่เขา ผู้นำทางสังคมเราก็ชอบอ้างพุทธศาสนากับวัฒนธรรมไทยอันดีงามเช่นกันเวลาเราพูดถึงการแก้ปัญหาเพศสัมพันธุ์ในวัยรุ่น แต่ผมก็สงสัยว่าเรากำลังพูดถึงค่านิยมไทยแต่โบราณสมัยไหน? ตลอดยุคสุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์มาผู้ชายก็มีเมียได้มากกว่าหนึ่งคนตลอด เพิ่งมาลดเลิกกันจริงๆก็สมัยรัชกาลที่ 8 ประมวลกฏหมายแพ่งปี 2486โน่น ไอ้การบอกให้ผู้หญิงเรียบร้อย รักนวลสงวนตัวเมื่อลองไปเทียบกับยุคที่ค่านิยมถูกนำไปใช้(ต้น-กลางรัตนโกสินทร์) มันก็คือคำสั่งให้หญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน สงวนราคาดีๆไว้จนกว่าพ่อแม่จะ"ขาย"ให้กับผู้ชายแปลกหน้าที่ผู้อาวุโสหามาให้ไม่ใช่เรอะ? เมื่อมองว่าวัฒนธรรมรักนวลสงวนตัวที่ใครๆว่า"เพิ่มค่า"ผู้หญิง แท้จริงมาจากประเพณีคลุมถุงชนที่เหยียดหยามเพศแม่ที่สุด มันก็ทำให้รู้สึกปากว่าตาขยิบชอบกล
 
ฤาคนไทยจะถูกละครหลอก(อีกแล้ว)
 
  ไอ้คู่พบกันกลางงานวัดแล้วปิ๊งๆ รักกันสวีทน่ะมีเท่าไหร่กัน? อันนี้ถ้าถามละครทีวีกับนิยายคงมากกว่า 80% แต่ ตามความจริงผมว่าคงน้อยกว่านั้นมากโขอยู่
 
จะมีเพศสัมพันธุ์ครั้งแรกอายุน้อยหรือมาก ก็ไม่สำคัญเท่ามีเพศสัมพันธุ์อย่างถูกต้อง และรู้รับผิดชอบกับการผลกระทำ ซึ่งเรื่องนี้ราไม่ค่อยสอนกัน กะว่าให้ไปเรียนกันคืนแต่งงาน เหอะๆ ฝันกันไปนะครับ 
 
มองออกจากไทยไปทวีปที่มีอัตราเอดส์สูงสุดในโลกอย่างแอฟริกา คนตายวันละ 600 ดูบ้าง โบสถ์แคทอลิก คณะโปรแตสแตนท์ที่เข้าไปรณรงค์กฏแบบสงฆ์ ห้ามคนพื้นเมืองมีเพศสัมพันธุ์ก็ลดเอดส์ไม่ได้ ซ้ำร้ายยังเพิ่มกรณีติดเชื้ออีกต่างหาก อาร์คบิชอปบางรูปถึงกับเผาถุงยางกลางแจ้งแล้วอ้างมั่วซั่วว่าเชื้อเอดส์สามารถลอดถุงยางออกมาได้ ใส่ไปไม่มีประโยชน์!
 
รู้ว่าหวังดี แต่ช่วยแบบนี้อย่าช่วยเลยดีกว่า นะๆๆๆ
 
Desmond Tutu อาร์คบิชอปแห่งเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนตัวยง Anglican นี่เปิดกว้างต่อความจริงมากกว่าคริสต์ลัทธิอื่นเยอะ
 
นักบวชท่านเดียวที่แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างมีเหตุผลและใช้การผสมผสานระหว่างเพศศึกษากับรักนวลสงวนตัวมีเพียง Desmond Tutu ลัทธิ Anglican อังกฤษเท่านั้น ซึ่งมีองค์กรแจกถุงยาง สอนเพศศึกษา ดูแลผู้ป่วยครบวงจร ท่านยังสัมภาษณ์เลยว่าผิดหวังที่สันตะปาปาองค์ใหม่ยังไม่เลิกกฏแบนถุงยาง ซึ่งแคทอลิกในยุโรป อเมริกา ไม่สนใจ แต่คนแอฟริกัน อินเดีย ทำตามด้วยผลลัพธ์ที่น่าเศร้า
 
ในเมื่อเรารู้ว่ารักนวลสงวนตัวอย่างเดียวไม่ได้ผลต้องมีเพศศึกษาที่มีประสิทธิภาพด้วยแล้วผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะอ้ำอึ้งทำเป็นอนุรักษ์นิยมไปเพื่ออะไร?สงสัยภาพเมืองไทยเก๊ๆที่เขาสร้างขึ้นคงมีค่ามากกว่าชีวิตคนในปัจจุบันกระมัง
 
ไม่รู้หละ จะบริจาคให้ยูนิเซฟสักหน่อยแล้วกัน
 
ปล. สนใจเรื่องเอดส์เพิ่มเติม เชิญที่นี่ครับ http://www.clinicrak.com/std/std_aids13.html
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่รู้จะพิมพ์อะไรแฮะ
แต่เอาเป็นว่า เห็นด้วยเต็มประตูค่ะ
สมัยนี้ มันต้องสอนให้รู้จักป้องกันกันแล้ว ไม่ใช่ปิดกั้นอย่างเดียว (ซึ่งแน่นอน ไม่มีทางได้ผลหรอก เหอะๆๆ)
Hot!
ก็มัวแต่หลอกตัวเองกันอยู่นั่นแหละ

#2 By อากุง on 2009-01-10 09:46

เห็นด้วยเลยครับ สอนให้รู้จักป้องกันดีกว่าการปิดกั้นเห็นๆ
Hot!
เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อกค่า มาสอนให้เด็กๆ รู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำยังดีเสียกว่าสอนให้เขารักนวลสงวนเวอร์จิ้นอีก
ไม่งั้นบางคนพอเสียไปแล้ว เลยเกิด low self esteem คิดว่าตัวเองไร้ค่า ไปฆ่าตัวตาย หรือขายตัวประชดชีวิต โหยวุ่นวายไปกันใหญ่ จริงไหมคะ

#4 By fayfena on 2009-01-10 10:14

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุนะ เรื่องแบบนี้
น่าจะรณรงค์ทั้งสองอย่างควบคู่ได้
คือ สอนให้รักนวลสงวนตัว ให้เห็นถึงผลที่จะตามมา แต่ไม่ได้ปิดหูปิดตาเรื่องเพศศึกษา (จะทำได้มั้ยเนี่ย)
Hot!

#5 By นักรบ on 2009-01-10 10:17

"จะมีเพศสัมพันธุ์ครั้งแรกอายุน้อยหรือมาก ก็ไม่สำคัญเท่ามีเพศสัมพันธุ์อย่างถูกต้อง และรับผิดชอบกับการกระทำ ซึ่งเรื่องนี้ราไม่ค่อยสอนกัน"

ถูกต้องค่ะ
อย่าให้ท้องมาเป็นภาระในตอนที่ยังไม่พร้อม
อย่าให้ติดโรค ดีกว่ามานั่งรณรงค์ เพราะกลุ่มเป้าหมายเค้าก็ไม่ฟังอยู่ดีsad smile Hot!
Hot! เลี้ยงแบบปิดกั้นมากเกินไป ไม่ยอมรับความจริงว่าปัจจุบันเด็กรู้มากกว่าผู้ใหญ่อีก แทนจะส่งเสริมรากฐานครอบครัวให้อบอุ่นมั่นคง เด็กรู้จักคิดเองกลับไปปราบปรามสื่อว่าสื่อผิดอย่างเดียว

ปล.เบื่อเซ็นเซอร์ cry

#7 By Lily Pixel on 2009-01-10 10:29

นึกถึงหนังเรื่อง Teeth แหวนนั่น สุดท้ายก็...

แต่ผมรู้สึกว่าปัจจุบันเรามีนโยบายรวมๆเป็นการแก้กันมากกว่าป้องกันแฮะ

#8 By on 2009-01-10 10:40

Hot! รักนวลสงวนตัวสู้ป้องกันและมี sex อย่างถูกต้องไม่ได้

#9 By (^_^)/nana on 2009-01-10 11:17

บ้านเราถนัดสร้างภาพครับ Hot!

#10 By chubby on 2009-01-10 11:51

Hot! อีกนานเลย แต่ก็เอาใจช่วยให้เปิดกว้างอย่างถูกต้องไวๆ

#11 By iDoi* on 2009-01-10 12:35

บ้านเรายังเลือกที่จะสอนให้เด็กๆเชื่อว่า

เรายังตื่นเช้ามาด้วยเสียงไก่ขัน ไปตักบาตรให้พระ
คดข้าวเหนียว ขี่ช้างลุยดงกล้วยไปโรงเรียน



มองไม่เห็นทางเจริญก้าวหน้าจริงๆครับ

#12 By Zairen_Bibliophobia on 2009-01-10 12:44

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By Seam - C on 2009-01-10 13:06

จริงๆๆๆ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

ตอนนี้นะ ม.2 ก็มีอะไรๆกันแล้ว เหอๆ

อาจารย์ก็ไม่เห็นจะว่าอะไรนินา(ก็เค้าไม่รู้ 55)sad smile big smile big smile
วิชาพลานามัยตอนม.ต้น อาจารย์ให้ย่อความหนังสือลงสมุด ไม่สอนอะไรแม้แต่อย่างเดียว แต่ได้ดูวีดีโอที่มีภาพจำลองการ... กับการคลอดล่ะ

#15 By talalan on 2009-01-10 15:29

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เอาไปแยะๆ ชอบมากเลยกับไอ้ประโยคที่ว่า

"มันก็คือคำสั่งให้หญิงอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน สงวนราคาดีๆไว้จนกว่าพ่อแม่จะ"ขาย"ให้กับผู้ชายแปลกหน้าที่ผู้อาวุโสหามาให้ ไม่ใช่เรอะ? เมื่อมองว่าวัฒนธรรมรักนวลสงวนตัวที่ใครๆว่า"เพิ่มค่า"ผู้หญิง แท้จริงมาจากประเพณีคลุมถุงชนที่เหยียดหยามเพศแม่ที่สุด มันก็ทำให้รู้สึกปากว่าตาขยิบชอบกล"

#16 By joyka on 2009-01-10 16:25

เรื่องปัญหาศาสนา (โดยเฉพาะ คาธอลิค) ในส่วนของความเห็นการคุมกำเนิดนี่ ก็ดูหูตามืดมัวอย่างน่าเศร้า

#17 By Lagnadan on 2009-01-10 16:38

>_< คมกริบครับ กับประโยคที่กรีดใจผู้ใหญ่หลายๆคนได้ Hot!

#18 By Elta_kung on 2009-01-10 17:14

ข้าน้อยมองว่า ...เหมือนกับผู้ใหญ่สอนเด็กหิวให้อย่าหิว แต่ไม่สอนวิชาโภชนาการ ยังไงไม่รู้ฮับ

#19 By DDP on 2009-01-10 17:34

PinG~ ถูกใจง่ะครับ พวกผู้ใหญ่ชอบว่าวัยรุ่นสมัยนี้ชอบชิงสุกก่อนห่าม แล้วก็แบนมันอยู่นั่นแหลัหนังโป๊ หนัง X

ถ้างั้นน่าจะแบนเรื่องขุนช้างขุนแผนบ้างนะ ก็ขุนแผนมีอะไรกะนางพิมตั้งกะยังสิบเจ็ด แถมเป็นเณรอีกตะหาก

ห้าๆๆๆๆๆ เจริญดีจริงๆเล้ย

#20 By Pl@y-M@Te on 2009-01-10 18:25

ลืมให้ดาว อิอิอิ Hot! Hot! Hot!

#21 By Pl@y-M@Te on 2009-01-10 18:26

สมัยนี้มันห้ามไม่ได้แล้ว
ก็คงได้แต่สอนว่า...อย่าลืมป้องกันด้วยล่ะ
ไม่ท้องก็ติดโรค อยากเป็นอะไร?

#22 By Mango Hotel on 2009-01-10 18:45

Hot!

ส่วนใหญ่ก็เลี้ยงลูกแบบไม่ค่อยยอมรับความจริงด้วยล่ะมั้ง
ค่อนข้างยึดติดกับค่านิยมเดิมๆ
ผมว่านะ.. ถ้าย้อนกลับไปดูวรรณคดีสมัยก่อน
เค้าก็แต่งงาน มีลูกกันช่วงวัยรุ่นทั้งนั้น
ขุนช้างขุนแผนไรเงี้ย แอบปีนบ้านนางเอกก็มีเยอะแยะไป
ก็ไม่รู้ว่าพวกอนุรักษณ์นิยมเค้าเห็นวัฒนธรรมแบบไหนกัน

อนึ่ง.. ถุงยาง พกไว้แล้วไม่ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มีนะจ๊ะ

#24 By ไอ้แพท.. on 2009-01-10 19:24

อ่าก เห็นด้วยนัก ดิฉันคิดว่ารักนวลสงวนตัวไม่สำคัญเลย ขอแค่เอาถุงยางอนามัยพกไว้ ล้อๆกันเลยยังได้ว่า อยากท้องหรือไงมึงน่ะ อะไรอย่างนี้ แล้วใช้ถุงยางซะ จะไม่โกรธเลย ขอเหอะ ถุงยางก็ได้ ยาคุมก็ได้ เลือกสองอย่างเลยก็ได้ ไม่อยากเห็นเด็กเกิดมาไม่มีพ่อ แถมแม่ไม่อยากได้ ไม่อยากเห็นอีกต่อไปแล้ว

#25 By songsage on 2009-01-10 19:24

Hot!

โดน...

สงสารเรื่องเด็กผู้หญิงที่ไปทำแท้ง เพราะว่ากลัวปัญหาครอบครัว

ว่าแล้ว เดี๋ยวนี้ Single mom เยอะมากเลยคับ - -*

#26 By !!!~.C.D.~!!! on 2009-01-10 20:36

Hot! Hot! Hot!
ก็ผู้ใหญ่ประเทศนี้ถนัดแต่สร้างภาพนี่นะ ให้มามองความจริง แก้ปัญหาจริงๆไม่มีหรอกopen-mounthed smile

จริงๆเมื่อก่อน พอเด็กผู้หญิงเริ่มโตเป็นสาวก็ถือว่าโตแล้ว ซึ่งอายุก็ประมาณ 15-16 ดีไม่ดีเร็วกว่านี้อีก แล้วก็ถูกจับแต่งงาน เดี๋ยวก็มีลูก แต่ว่าเอาเข้าจริงปัจจุบัน สังคมและกฎหมายได้"ยืด"อายุที่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ออกไป เพราะงั้นผู้ใหญ่ก็ยังมองวัยรุ่นเป็น"เด็ก"อยู่ ด้วยประสบการณ์ถือว่าเด็กก็จริง แต่ร่างกายเป็น"ผู้ใหญ่"แล้ว การปฏิเสธความจริงตรงนี้น่าจะเป็นตัวเหตุปัญหาเลยsad smile

#27 By ::widchii:: on 2009-01-10 22:45

ผมก็นึกถึงเรื่อง Teeth เหมือนกับความเห็นข้างบนเหมือนกัน

ในโบราณเองก็มีบทกลอนหลายบทเหมือนกันว่าเวลามีความรักจะเอาหินมาขวางจะมีแม่น้ำกั้นก็หยุดไม่ได้ ใจคนมันโลดทะยานด้วยอารมณ์มากกว่าสติ ถ้าตอนมีสติไม่เตรียมเอาไว้ก่อน พอตอนที่อารมณ์นำไปแล้วทุกอย่างก็สายไปแล้ว

#28 By Life Goes On on 2009-01-10 23:13

แต่บางที เห็นพวกแคมฟรอกสาวเกาหลีโชว์ของสงวน มันก็รับไม่ได้เหมือนกันนะ ดูแล้ว นั่งนี่ไม่รักตัวเอง ชอบโชว์ บางทีคงเพราะวัฒนธรรมเรากับเขาต่างกัน

บ้านเราจะสร้างภาพหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่พวกไม่สร้างภาพฟรีเซ็กส์แบบญี่ปุ่น ข่มขืนหญิงเป็นว่าเล่น หนังเอ็กซ์เกลื่อน ดูแล้วอนาถดีแท้
ดีมากเลยค่าาาา
ให้ความรู้ดีค่า
Hot! Hot! Hot!
จะมีเพศสัมพันธุ์ครั้งแรกอายุน้อยหรือมาก ก็ไม่สำคัญเท่ามีเพศสัมพันธุ์อย่างถูกต้อง และรับผิดชอบกับการกระทำ

Hot!

#31 By แม่พุดจีบ on 2009-01-11 01:32

Hot! ฉึกได้สะใจมากครับ

#32 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-01-11 02:25

sex มันเป็นเรื่องของความสุข ความสนุกสนาน เป็นความน่าค้นหาอย่างหนึ่ง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องห้ามยาก และขัดแย้งกับธรรมชาติของการดำรงชีวิต ถ้าธรรมชาติไม่เห็นด้วยกับการมี sex ก่อนวัยอันควร คงไม่ทำให้ทั้งหญิงและชายมีความพร้อมทางร่างกายตั้งแต่อายุ 15 ปีหรอก

ผมเห็นด้วยกับเรื่องค่านิยมของคุณมาก ๆ เลยนะ

ว่าจะเขียนถึงเรื่องเอดส์เนื่องในวันเอดส์โลกเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเขียนอะไร เลยเอาแต่แบนเนอร์มาแปะอย่างเดียว

#33 By เจ้าชายน้อย on 2009-01-11 09:59

ฮ่าๆๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ว่ารัฐจะพยายามรณรงค์แค่ไหน
ก็ต้านกระแสสังคมไม่อยู่หรอก เพราะนอกจากระบบ
ราชการที่เชื่องช้า พ่อแม่ที่ไม่ดูแลลูกอย่างเข้าใจแล้ว
ยังเลี้ยงลูกด้วยทีวี โดยเฉพาะละครก่อนนอนที่พระเอก
มักได้นางเอกมาด้วยการข่มขืน แล้วลงเอยให้ดูเหมือนว่า
รักกันนั้น มันหล่อหลอมเด็กไทยมา ตั้งแต่เริ่มฟังภาษา
คนรู้เรื่องแล้ว สื่อสารมวลชนที่เป็นดาบสองคมก็ช่วยให้
เด็กเสียตัวเร็วเช่นเดียวกัน ...โหวตค่ะHot!

#34 By banlanna on 2009-01-11 12:17

ไม่รู้คิดกันไปได้ไงนะ

บอกว่าห้ามทำ ๆ ให้รักนวล สุดท้ายมันก็แอบชวนกันไปทำอยู่ดี จะไปห้ามมันได้ยังไง

ความรู้เป็นสิ่งป้องกันได้ดีที่สุด Hot!

#35 By knowideas on 2009-01-11 12:36

เราว่ารักนวลสงวนตัวน่ะไม่ผิดหรอกผู้ใหญ่สอนมาดีแล้วละค่ะ

แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า โอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์ก็มีอยู่

รุ้แล้วก็ควรรู้จักคุมกำเนิด

big smile

#36 By ☂ YukiUsagi ★ on 2009-01-11 13:10

แจ่มไปเลยค่ะ Hot!

#37 By Rinna ♥ on 2009-01-11 13:19

พูดไม่ออกเลยแฮ่ะbig smile

#38 By น้ามชา on 2009-01-11 18:21

สมัยก่อนสังคมไม่ค่อยถือเรื่องพรมจรรย์ หรอกกระมังครับ ลองดูนางในวรรณคดีอย่าง ขุนช้างขุนแผนสิครับ นางวันทองก็ไม่ได้ สดๆ ซิงๆ ขุนช้างก็อยากเอามาทำเมียจะตาย ทั้งๆที่เป็นเศรษฐี มีหน้ามีตาทางสังคม หรือลองสำรวจคนแก่ 50-60ปีขึ้นไปตามต่างจังหวัดดูนะครับ เอาแบบเข้าถึงหมู่บ้านเลย เผลอๆบางหมู่บ้านคนเฒ่าคนแก่ ที่เห็นๆกันก็มีสามีมาก่อน หรือ ภรรยามาก่อนนะครับ ผมว่าเรื่องรักนวลสงวนตัวเป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมระดับหนึ่ง หรือ ในกลุ่มคนฐานนะอีกระดับหนึ่งนะครับ

จะ ฟรีเซ็กส์ ก็ได้นะครับ น้องชายผมจะได้สดชื่น ฟิตเช้าค่ำ แต่ยังไงก็ระวังเรื่องโรคติดต่อร้ายแรงที่จะมาด้วย


เรื่องสินสอดเนี่ยไปถามผู้หญิงหลายๆคน เขาก็เรียกร้องมาเหมือนกันครับ ผมเชื่อว่าไม่มีผู้ชายคนไหนไปสู่ขอผู้หญิงแล้วตีค่าเป็นเงินตราหรอกครับ คนมันรักกันไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกครับ เรื่องบางเรื่องไม่อยากให้มองกันในแง่ร้ายเกินไป
หลายปีก่อนเคยอ่านข่าว ผู้ชายคนนึงถูกล็อตเตอรี่ นักข่าวสัมภาษณ์บอกว่าจะเอาเงินที่ได้มาไปทำอะไร คำตอบที่ได้คือ จะเอาเงินไปสู่ขอแฟนสาวนะครับ

ขอบคุณครับ

#39 By ผมมาคนเดียว on 2009-01-12 03:27

ถ้าเป็นบล็อกนอนผมจะใส่บวกให้หมื่นนึง Hot! Hot! Hot!
ป.ล. คดีข่มขืนของญี่ปุ่นน้อยกว่าไทย โสเภณีก็น้อยกว่า เทียบกับอัตราส่วนจำนวนประชากร

และเมื่อเกิดคดีข่มขืน ก็กล้าฟ้องร้องกันมากกว่าด้วย
เพราะญี่ปุ่นไม่ได้งมงายในภาพมายาเหมือนคนไทยบางคนแถวนี้

บางทีจริงๆแล้วหนังโป๊มันอาจจะแก้ปัญหามากกว่าสร้างปัญหา
ขอให้คนไทยเลิกหลอกตัวเองเสียที

#42 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-01-12 14:46

เราขอสนับสนุนให้คนไทยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย

#43 By ร้านขายถุงยาง (58.8.119.184) on 2009-06-30 16:17

ผมว่ารณรงค์ให้รู้จักป้องกันก็ดีนะครับ

แต่เมืองไทยไม่ค่อยจริงจัง มองเรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องน่าอับอาย ทั้งๆที่เราก็อยู่กับมันทุกๆวัน

#44 By PlayCondom (61.90.15.187) on 2009-07-09 21:49

แวะมาเยี่ยม

#45 By Tenga (61.90.16.22) on 2009-10-17 02:38