คัดมาจากรายการ Top Ten ของ National Geographic บวกกับข่าวที่ไปเจออีกอันนะครับ วิทยาศาสตร์มีการค้นพบอยู่ตลอดเวลาและช่วยฉายให้แสงสว่างที่ฉายลงบนรากต้นไม้แห่งชีวิตดูชัดเจนมากขึ้น สรรพสิ่งเราทุกวันนี้เป็นเพียงกำเม็ดทรายบนชายหาดเท่านั้นเองเมื่อเทียบกับ สิ่งที่เคยมี และอาจจะเป็น
1. ฟอสซิลบรรพบุรุษปลาตัวแบนตอกตะปูลงบนโลงศพแนวคิดพระเจ้าสร้างโลก(อีกแล้ว)
ปลาตัวแบนเป็นเรื่องน่าพิศวงสำหรับนักวิทยาศาสตร์มานานพอสมควร เพราะแทนที่จะมีตาอยู่สองข้างเหมือนสัตว์ประเภทอื่นเขา มัจฉาพันธุ์นี่กลับมีดวงตาอยู่บนซีกเดียวของหน้าซะงั้น! ปลาตัวแบนใช้ชีวิตอยู่บนพื้นทะเลและใช้ตาในตำแหน่งพิศดารเฝ้าระวังศัตรูจากด้านบน
มองดีๆจะเหมือนเอาปลามาวางราบ แล้วย้ายลูกตามาไว้ข้างเดียวนั่นละครับ
(SRC:National Geographic)
ฝ่ายพระเจ้าสร้างโลกใช้ปลาตาเดียวเป็นหลักฐานการสร้างโลกมานานแล้วเพราะอ้างว่า เป็นไปไม่ได้ที่บรรพบุรุษปลาธรรมดาของสัตว์พวกนี้จะค่อยๆเลื่อนตำแหน่งตาตัวเองมาไว้ข้างเดียวกัน คำตอบเดียวคือมันถูกสร้างมาแน่นอน!
(พอมีคนถามว่า แล้วทำไมพระเจ้าสร้างมาบิดๆเบี้ยวๆอย่างนี้หว่า ก็จะโดนตอกว่า อย่าเอาความคิดแบบมนุษย์ไปตัดสินพระเจ้า!)
เฉลยง่ายๆคือเขาตอบไม่ได้ และไม่อยากตอบนั่นเอง ฉะนั้นสิ่งไหนที่อธิบายไม่ได้ก็โบ้ยให้พระเจ้าทำซะ เท่ากับช่วยยืนยันศรัทธาให้ตัวเองด้วย แต่นักวิทยาศาสตร์ที่ไม่แอบอ้างว่ามีความรู้เจนจบจากเบื้องบนก็ตั้งสมมติฐานว่า มันอาจมี Hopeful Monster หรือปลาประหลาดที่เกิดมาไม่สมประกอบ แต่ความพิการนั้นให้ประโยชน์กับมันจนได้สืบพันธูืและถ่ายทอดยีนไปสู่ลูกหลานได้
ซึ่งเขาก็เพิ่งค้นพบเจ้าสัตว์ประหลาดที่ว่าในปีนี้แหละขอรับ
(SRC:http://scienceblogs.com/grrlscientist/2008/07/the_mysterious_origin_of_the_w_1.php)
บรรพบุรุษอายุ 50 ล้านปีของปลาตัวแบนมีตาอยู่ทั้งสองข้างของศีรษะ แต่มันเริ่มแสดงการเขยิบไปอีกข้างทีละน้อยๆ ช่วยยืนยันหลักของวิวัฒนาการที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยๆจนกลายมาเป็นอาหารพิศดารบนจานในปัจจุบันนี่ละครับ อิอิ
Austroraptor ที่ถูกขุดพบในอาร์เจนตินา อาศัยอยู่เมื่อประมาณ 70 ล้านปีมาแล้ว ไม่ได้มีขนาดเล็กน่ารักคล้ายนกเหมือนญาติๆในแถบอื่นแต่ตัวยาวได้ถึง 5-6 เมตร สามารถล่าไดโนเสาร์คอยาวได้เลยทีเดียว การค้นพบแรปเตอร์ยักษ์ช่วยแสดงให้เห็นว่าเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป กระแสแห่งชีวิตก็จะไหลต่างไปด้วย
3. กบยักษ์!
Beelzebufo หรือกบปิศาจถูกค้นพบในหมู่เกาะมาดากัสก้า อาศัยอยู่ยุคเดียวกับเจ้าแรปเตอร์ยักษ์ ตัวใหญ่ขนาดอมหัวเด็กได้เลยมั้งนั่น
เทียบระหว่างกบปิศาจ กบที่ใหญ่สุดในโลกปัจจุบัน แล้วก็ดินสอ 2B
การค้นพบนี้ช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์คะเนได้ถูกต้องขึ้นว่าเกาะมาดากัสก้าจริงๆแล้วแตกมาจากทวีปหรือแผ่นดินส่วนไหนของโลกกันแน่ จากหลักง่ายๆว่าญาติที่ยังมีชีวิตอาศัยอยู่ไหน ก็พอจะเดาได้ว่าแผ่นดินทั้งสองน่าจะเคยอยู่ใกล้เคียงกัน ฟอสซิลชิ้นเดียวก็บอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดินได้
4. T-Rex แห่งท้องทะเล!
ปีนี้นอกจากเขาจะเจอ Raptor ยักษ์แล้ว นักวิทยาศาสตร์นอร์เวย์ยังค้นพบซากสัตว์เลื้อยคลานทะเลตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยพบมาในอาร์คติกด้วย ขนาดก็ประมาณ 15 เมตรไม่ขาดไม่เกิน เรียกได้ว่ามหึมากว่ารถเมล์เสียอีก
สันนิษฐานกันว่าหมอนี่น่าจะมีชีวิตอยู่ในสมัยจูราสสิกโน่นแน่ะ
5. LUCA ผู้เป็นอัลฟา
ในเปเปอร์ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์แคนาดาได้วาดภาพร่างสิ่งมีชีวิตที่น่าจะเป็นLUCA Last Universal Common Ancestor บรรพบุรุษตัวสุดท้ายที่ทุกชีวิตบนโลก ไม่ว่าจะแบคทีเรีย พืช มนุษย์ สัตว์มีร่วมกันได้สำเร็จแล้ว โดยใช้ผลการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมหาความมีบรรพบุรุษร่วมไล่ลงไปเรื่อยๆ ซึ่งทีมวิจัยบอกว่าเหมือนเอาภาษาจากหลายๆชาติมาเทียบกัน ดูความคล้ายคลึงทางโครงสร้างแล้วอาศัยมันเป็นแบบให้กับภาษาดั้งเดิมนั่นแลขอรับ
ซึ่งถ้าผลการทดลองนี้ได้รับการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์อื่นๆละก็ ภาพของโลกยุคแรกที่สันนิษฐานกันว่าเป็น RNA World แบบง่ายๆก่อนจะวิวัฒนาการไปเป็น DNA ก็จะยิ่งชัดเจนและน่าจะเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
(SRC:http://www.sciencedaily.com/releases/2008/12/081217124200.htm)
ทีแรกเขาเชื่อว่าชีวิตเริ่มจากปล่องภูเขาไฟใต้สมุทรแบบนี้ ซึ่งปัญหาคือ RNA ซึ่งเป็นบรรพบุรุษก่อน DNA จะอยู่ไม่ได้ แต่การค้นพบนี้ได้ภาพ LUCAที่สามารถคงสภาพในบริเวณซึ่งอุณหภูมิไม่ร้อนเกินไปของโลกยุคปฐมได้ แบ่งตัวรอเวลาระบายพื้นโลกด้วยชีวิต
จากไร้ชีวิตมาเป็นนี่ก็ตะปูอีกดอกเหมือนกันขอรับ
วิทยาศาสตร์อาจไม่มีคำตอบวันนี้ แต่ไม่มีหยุดหาคำตอบ นั่นแหละที่ทำให้โลกนี้น่าทึ่งและพิศวงเสมอ
#1 By Blue Boat on 2008-12-21 22:35