If this is wrong

posted on 04 Dec 2008 21:58 by repentant in Religion
    
See more Jack Black videos at Funny or Die
 
ไม่ทราบจะโหลดจากไทยช้าไหม แต่นี่เป็นอีกวิดีโอที่เขาเข็นออกมาประท้วงกลุ่มศาสนาในแคิฟอเนียร์ที่ทุ่มเงินหลายร้อนล้านบาทเพื่อกีดกันเสรีภาพการแต่งงานของชาวเกย์
 
มี Jack Black เล่นเป็นพระเยซูด้วย!
 
ผมไม่เห็นว่านอกจากข้ออ้างทางศาสนาแล้วจะมีอะไรที่ขัดขวางให้เกย์แต่งงานกันไม่ได้นะ การรักร่วมเพศนี่จริงก็มีพื้นทางวิวัฒนาการอยู่เหมือนกัน(ฮ่าๆ ติดเรื่องต้องเล่าอีกแล้ว) แต่ถึงทั้งมอร์มอน แคทอลิก โปรแตสแตนท์จะอ้างว่าพระเจ้าเกลียดเกย์โดยอ้างไบเบิลบท
 
เลเวนิติ 20:13
ถ้าชายคนใดคนหนึ่งหลับนอนกับผู้ชายด้วยกันเหมือนอย่างที่เขาหลับนอนกับ ผู้หญิง ทั้งสองคนก็ได้กระทำสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ทั้งสองคนนั้นจะต้องถูกประหารให้ตายอย่างแน่นอน ให้โลหิตของผู้นั้นตกอยู่บนผู้นั้นเอง
 
แล้วก็บอกว่าเรารักพวกเกย์นะเลยต้องช่วยจากไฟนรกบลาๆ แต่ถ้าถอยไปอ่านเลเวนิติบทก่อนหน้านั้นนิดหนึ่ง พระเจ้ายังแบนอะไรอuกตั้งเยอะตั้งแยะ
 
11:10 แต่ทุกอย่างในทะเลและในแม่น้ำ ทุกอย่างที่เคลื่อนไหวในน้ำ และสิ่งมีชีวิตใดๆซึ่งอยู่ในน้ำ ไม่มีครีบและเกล็ด สัตว์เหล่านี้เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแก่เจ้า
11:11 สัตว์เหล่านี้ยังคงเป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแก่เจ้า เจ้าอย่ารับประทานเนื้อของมัน แต่ให้เจ้าถือว่าซากของมันเป็นที่พึงรังเกียจ
11:12 อะไรก็ตามที่อยู่ในน้ำไม่มีครีบและเกล็ด เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจแก่เจ้า
 
พระเจ้าไม่ชอบกุ้งเผา!!(เพราะไม่มีทั้งครีบและเกล็ด) แต่ผมไม่เห็นจะมีแคมเปญออกมาแบนกุ้งเลยนี่หว่า? จริงๆกระต่าย หมู นกอีกร้อยแปดพันเก้าก็กินไม่ได้นะ
 
ซึ่งตรงนี้เขาก็ตอบว่า "โอ พระเยซูได้มายกเลิกกฏหมายยิวบางประการแล้ว" เอ้อ ง่ายดี แต่ไหงเรื่องเกลียดพวกรักร่วมเพศที่อยู่เล่มเดียวกันแท้ๆไม่เห็นยกเลิก? หรือเพราะกุ้งอร่อยกว่าเกย์ก็เลย"เลือก"ยกเลิกตามใจฉัน? แล้วทำไมพระเจ้าถึงออกกฏให้มันสมบูรณ์ไปเลยทีเดียวไม่ได้ ต้องมีพระราชบัญญัติ Amendment มาแก้เป็นพักๆให้พระคัมภีร์"สมบูรณ์"ขึ้น?
 
แก้บ่อยๆอย่างนี้มันไม่ใช่ Kingdom of God แล้วเน้อ มัน Kingdom of Thailand!
 
อเมริกาหรือประเทศคนขาวก็เคยมีกฏหมายห้ามคนต่างสีผิวแต่งงานกันเพราะอ้างไบเบิลนี่แหละ(บุตรแห่งแฮมนี่ก็สนุก ติดเรื่องเล่าอีกแล้ว) แต่ทุกวันนี้ผมก็เห็นคู่รักต่างเชื้อชาติเดินจับมือ จูบกันมีความสุขดีเหมือนโฆษณา Benetton
 
 
 
E.O. Wilson Sociobiologist นามเอกอุบอกไว้ว่ามนุษยชาติไม่มีใครเกิดมาเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์หรอกครับ ทุกคนต่างมีลักษณะที่กำหนดมาแต่ต้นอยู่แล้วด้วยประวัติศาสตร์ทางสังคมและรหัสพันธุกรรมแห่งวิวัฒนาการ ค่านิยมล้าหลังแต่อาจเหมาะสมกับช่วงเวลาป่าเถื่อนกว่าปัจจุบันเป็นมรดกที่เราต้องเรียนรู้แลหลุดพ้นให้ได้(ไทยพุทธเองสมัยอยุธยาก็ห้ามแต่งกับคนนอกศาสนานะครับ) แต่เราจะก้าวข้ามอดีตได้ยังไงในเมื่อมันถูกคำว่า"ศักดิ์สิทธิ์"ยกไว้เหนือหัว แตะไม่ได้ สงสัยไม่ได้ ถามตาย
 
ทำไมคนเราถึงไม่เงยหน้าจากคัมภีร์แล้วมองหน้าเพื่อนร่วมโลกอื่นๆบ้างนะ แล้วจะรู้ว่ามีอะไรวิเศษและน่ามหัศจรรย์กว่ากฏบัญญัติเยอะแยะเลย
 
ถ้านี่ไม่ผิด
 
นี่ก็ไม่ควรผิดเหมือนกัน
 
ขอไว้อย่างเดียวว่าในบัตรประชาชนอย่าเปลี่ยนเป็นนางสาวเลยครับ ผมกลัวชาร์จผิดคน!!

Comment

Comment:

Tweet

อ่านบทความ newmana หลายรอบแล้วขอรับ เพราะถูกอ้างถึงบ่อยในเนตหรือกระทั่งในบล็อกนี้ เป็นบทความที่ดีแต่ก็อย่างที่บอกละครับว่ามันเป็นการขัดกันเองของพระคัมภีร์ และเป็นจิตใจที่ดีงามของมนุษย์ต่างหากซึ่งดึงสิ่งที่ดีสุดในนั้นมาใช้(และแต่งเติมให้ดีขึ้นด้วยตามพัฒนาการของสังคม)

แล้วที่ผมตั้งเรื่อง Prop8 ก็เพราะคนกีดกันในกรณีนี้เป็นศาสนจักรจริงๆน่ะครับ โบสถ์แคทอลิกกับมอร์มอนร่วมทุนกันกว่า 20 ล้านเหรียญเพื่อทำแคมเปญโจมตีคู่แต่งงานรักร่วมเพศในแคลิฟอเนียร์ ใช้เสียงผู้ไม่รู้มากดขี่คนอื่นในสังคม

แล้วคนที่เสียหายส่วนหนึ่งก็คือเกย์แคทอลิกเองนี่ละ ที่บาทหลวงไม่ยอมจัดงานให้

ถ้าศาสนาจักรไม่ทำเช่นนี้ กระผมก็ไม่เอามาแปะหรือเขียนถึงหรอกครับ

gay California เขาไม่ได้ขอให้ออกกฏหมายอนุญาตมั่วประเวณีนะครับ เขาแค่อยากแต่งงานกับคนที่เป็นคู่ชีวิตของเขาเหมือนกับชายหญิงอื่นๆ อยากแสดงความรักเหมือนที่คนอื่นทำกัน ได้รับการคุ้มครองจากสังคมเหมือนบุคคลที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านชีวิต

การแต่งงาน นี่แหละที่เขาขัดขวางและบทความที่ท่านส่งให้ถึงจะเขียนด้วยความรักสักเท่าไหร่ก็ยังไม่อาจข้ามความใจแคบตรงนี้ไปได้อยู่ดีเพราะติดพระคัมภีร์อยู่

เวลาเห็นคู่ชายหญิงกอดกัน จูบมือกัน แสดงความรักทางกายอย่างเต็มที่ ท่านไม่อยากทำได้บ้างหรือครับ?

ถ้าท่านพูดกับองค์สันตะปาปาได้ว่าอย่าขัดขวางคนที่เขารักกันจากการแต่งงานเลย จะพูดไหมละครับ?

#19 By Repentant on 2008-12-08 21:35

อนึ่ง ผมเป็น Catholic และก็เป็นเกย์ น่อครับ
เรื่องพวกนี้เลยอาจกระทบความรู้สึกนิดหน่อยนะครับ
เหอๆ
เอาว่าความเห็นต่างกันก็ถกกันแลครับ ไม่ได้จะจ้องเอาชนะกันซะหน่อยนี่นา big smile

ถ้ามีเวลาอยากให้ลองเข้าไปอ่านบทความใน newmana ในส่วน article ดูบ้าง
ซึ่งข้อมูลของทางฝั่งผมอาจจะมีหลายอย่างที่ขัดกับทางคุณ แต่ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวคิดกันละกันนะครับ
อ่านแล้วครับ ขอบคุณที่เอามาแบ่งปัน ^_^ ผมเข้าใจประเด็นของ Apologetic ขอรับ แต่มันฟังไม่ขึ้นอยู่ดี

ประเด็นในบทความนั้นมีสองอันคือบอกว่า พระเจ้าไม่ได้ล้างโสโดมเพราะคนเป็นเกย์(เพื่อจะimplyว่าการเป็นเกย์จริงๆไม่ผิด)

แต่ปัญหาคือในไบเบิลนั้นจะหาบทที่บอกว่าคนโสโดมโดนฆ่าหมดเพราะไม่รับแขกหรือเพราะคนเป็นเกย์ก็ได้น่ะสิครับ

ยูดาส
1:7 เช่นเดียวกับเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์และเมืองที่อยู่รอบๆนั้นที่ได้หลง ตัวไปกับการผิดประเวณี และมัวเมาในกามวิตถาร ก็ได้ทรงบัญญัติไว้เป็นตัวอย่างของการที่จะต้องได้รับพระอาชญาในไฟนิรันดร์

สังเกตนะครับว่าคำว่าผิดประเวณีกับกามวิตถารแยกกัน ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกันแน่ กามวิตถารนี่คงไม่ใช่ไม่รับแขกจริงไหมครับ

แต่พอไปอ่านในเอเสเคียล จะเห็นว่าเขาบอกคนโสโดมเลวอย่างนั้นอย่างนี้แทน เอายังไงกันแน่?

ถึงจะหยวนๆตรงนี้ไห้ พระคัมภีร์เก่าก็ยังสั่งให้ฆ่าเกย์อยู่ดี อย่างที่บอกไงครับว่าสังคมอย่างกรีกที่จริยธรรมในการยอมรับผู้แตกต่างสูงกว่าชาวอิสราเอลมีอยู่ในโลกยุคเดียวกัน ขนาดอินเดียนแดงที่เจริญน้อยกว่าชาวอิสราเอลยังยอมรับเกย์ได้ จะบอกว่ามันจำเป็นคงไม่ใช่ข้อแก้ที่ดีนัก เพราะนั่นแสดงถึงปัญหาของสังคมอิสราเอลเองต่างหาก

ปัญหามีอีกว่าถ้าบอกพระคัมภีร์เก่าไม่ว่าเกย์(ซึ่งจะสรุปได้ก็ต้องรอคนมา"แปลใหม่") จะกลายเป็นว่าพระคัมภีร์ใหม่ยิ่งใจแคบกว่าของเก่าน่ะสิครับ เพราะด่ากันโต้งๆเลย

โครินธ์
6:9 ท่านไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา คนนิสัยเหมือนผู้หญิงหรือคนที่เป็นกะเทย
6:10 คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก

สังเกตนะครับ คนผิดประเวณีกับกระเทยแยกกัน จะบอกว่าบาปที่มั่วเพศอย่างเดียวไม่ได้หรอก เพราะนักบุญเปาโลบอกชัดว่าเกย์ไม่ได้ไปสวรรค์ชัวร์

ไม่ใช่บทเดียวนะ

ทิโมธี
1:9 คือโดยรู้ว่าพระราชบัญญัตินั้นมิได้ทรงบัญญัติไว้สำหรับคนชอบธรรม แต่ทรงบัญญัติไว้สำหรับคนอยู่นอกพระราชบัญญัติและคนดื้อด้าน คนอธรรมและคนบาป คนไม่บริสุทธิ์และคนหมิ่นประมาท คนฆาตกรรมพ่อ คนฆาตกรรมแม่ คนฆ่าคน
1:10 คนล่วงประเวณี พวกกะเทย ผู้ร้ายลักคน คนโกหก คนทวนสบถ และอะไรๆที่ขัดกับคำสอนอันถูกต้อง

จริงๆมีอีก เชื่อว่าท่านก็คงทราบ แต่ยกมาสองบทก็พอ

บทในคัมภีร์ดีๆที่ให้ยอมรับคนอื่นก็มีครับ แต่นั่นหมายความว่าคัมภีร์ขัดกันเองแล้วเราเลือกสิ่งที่เหมาะสมสำหรับสังคมที่พัฒนาแล้วมาใช้ต่างหาก ขึ้นกับการ"แปล" ไปตามบริบทสังคม ไม่ต่างจากกฏหมายของคนไร้ศาสนา นี่แหละ Jack blackเขาถึงบอกว่า pick and choose

ข้อสุดท้ายที่ฟังยังไงก็ไม่ขึ้นคือบอกว่า ห้ามมีเพศสัมพันธุ์นอกการแต่งงาน แต่ศาสนจักรเองกลับไม่ยอมแต่งงานให้เขานี่สิครับ!! อันนี้บทความที่ท่านให้มาก็พูดไว้ โป๊บเองก็พูดตอนปี 2005 ว่าเกย์แต่งงานไม่ได้ ทำเอาคนควันขึ้นหัวกันไปหลาย เพราะเท่ากับว่าศาสนจักรไม่เชื่อว่าความรักที่มนุษย์มีต่อกันนั้นจะเท่าเทียม ไม่ว่าเขาเป็นหญิงหรือชาย

จะเอาอะไรมาเป็นเหตุไม่ให้แต่งงานละครับ? อดัมกับอีฟหรือ? ถ้าอดัมกับอีฟไม่มีจริงขึ้นมาก็ไม่มีที่ให้ถอยแล้วนะครับ

ง่าาา ผมอาจออกอารมณ์ไปหน่อย ถ้าไม่ชอบก็บอกนะขอรับผมจะลบความเห็น แล้วพูดต่อในเอ็มหรืออะไรแทนก็ได้

#16 By Repentant on 2008-12-08 13:47

http://www.newmana.com/yabb/index.php?topic=422.0

เอามาให้ลองอ่านดูครับผม open-mounthed smile
Double Standard มันมีทุกสังคมแหล่ะค่ะ sad smile
แต่เรื่องชาร์ตผิดคนก็น่าคิด เพราะขนาดไม่เปลี่ยนคำนำหน้ายังชาร์ตผิดได้เลย ฮาๆๆๆ

#14 By lumin on 2008-12-07 19:07

ผมกลัวชาร์จผิดคนsad smile sad smile หุ หุ

#13 By (^_^)/nana on 2008-12-05 23:49

ผมเคยตระเวนถามใครต่อใครหลายคนมานานแล้วว่า "ศักดิ์สิทธิ์" คืออะไร อะไรศักดิ์สิทธิ์ อะไรไม่ศักดิ์สิทธิ์ ตัดสินยังไง ไม่เห็นมีใครตอบผมได้ซะที


embarrassed มันมีจริงๆ เหรอ ไอ้ความศักดิ์สิทธิ์เนี่ย

#12 By P.S. on 2008-12-05 23:39

1. เหอๆ ของงี้รู้หน้าไม่รู้ใจ
2. แน่นอนครับ!
3. ^_^
4. ผมชอบ Rachel Maddow มากเลย ไม่รู้กลับไทยจะได้ดูไหม
5. พี่เอ็ดเอาเลย!
6. ไม่แรงหรอกครับ ของงี้มันก็เหมือนเสื้อเหลือง เสื้อแดงทะเลาะกันแหละ
7. ^_^
8. :p
9. ก็แน่ครับ
10. เข้าใจประเด็นทาง Apologetic ครับ แต่ทีนี้เราก็ต้องนึกด้วยว่ามีวัฒนธรรมในยุคนั้น(และยุคก่อนหน้านั้น) อย่างธีบส์ สปาร์ตา ที่มีสงครามและความขัดแย้งบ่อยๆเช่นกันแต่สามารถอยู่อย่างสันติกับคนรักร่วมเพศในสังคมของเขาได้ ตรงนี้มันแสดงถึงความหมกมุ่นทางเพศ ความบริสุทธิ์ของเลือดในหมู่ชาวอิสราเอลและข้อบกพร่องของพวกเขามากกว่าที่จะสร้างความชอบธรรมนะ

ส่วนใน New testament จะบอกว่าพระเจ้าไม่ว่าเกย์ไม่ได้หรอกครับ ใน Romans, Corinthian, Timothy มีการกล่าวโทษเกย์ทั้งนั้น และไม่ได้พูดในแนวว่าห้ามการมั่วเพศอย่างท่านว่าด้วย ซึ่งหากจะบอกว่าพระเยซูในพระคัมภีร์ใหม่บอกให้คนรักกันแล้วจึงยอมรับเกย์ได้ อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าคัมภีร์ขัดกัน และเป็นเราต่างหากที่เลือกจะใช้บทที่ดีกว่าในการดำรงชีวิตปัจจุบัน ก็อย่างที่ผมว่าข้างบนละครับ

#11 By Repentant on 2008-12-05 21:44

ควาจริงคือ เนื้อหาในพันธสัญญาเดิมเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเช่นนั้นเยอะ เพราะชนชาติอิสราเอล เป็นชนชาติเล็กๆ ที่ถูกเผ่าน้อยใหญ่รอบข้างคอยรุกรานเสมอ ดังนั้นการที่จะมีสัมพันธภาพทางเพศครั้งใดก็ตาม ก็ควรเป็นเพื่อการเสริมสร้างประชากรที่แข็งแกร่ง หรือสร้างทหารที่แกร่งกล้ามากพอจะรับมือชนชาติอื่นๆ ได้

ดังนั้นคนสมัยนั้นเลยมองกันว่าการกระทำที่ไม่ก่อให้เกิดประชากรชนชาติของตนเพิ่มขึ้น

(อย่างการรักร่วมเพศ หรือ ช่วยเหลือตัวเอง)

เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเสี่ยงต่อการทำให้ชนชาติตัวเองสูญพันธ์ (ก็หากมารักกันหมดกับไม้ป่าเดียวกัน ก็ไม่สามรรถผลิตประชากรเพิ่มได้ ไอ้ชนชาติที่เล็กและอ่อนแออยู่แล้วได้สูญพันธ์จริงๆ ขึ้นมา)

ซึ่งเรียกว่าเป็นธรรมเนียมของคนสมัยนั้นครับที่จะมองเช่นนี้

แล้วหากสังเกตเนื้อหาในพันธสัญญาใหม่ดีๆ จะทราบว่า การเป็นเกย์ อะไร พระเจ้าไม่ได้ตรัสเลยว่าบาป หากแต่การสำส่อน ปล่อยตัวไปตามราคะมั่วไปหมดนี่ต่างหากที่เป็นบาป และไม่ต้องเกย์ครับ ชายจริงหญิงแท้ก็บาป

ในพันธสัญญาใหม่มีบทที่นักบุญเปาโลกล่าวถึงบุคคลที่เกิดมาลำบาก คือ เสมือนเกิดมาเป็นขันที ต้องทนรับความทรมานมากกว่าคนปกติในสังคม แต่ถือเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกให้มารับความลำบากนี้จึงจัดได้ว่าเป็นผู้มีบุญ ซึ่งก็หมายถึงชาวเกย์นั่นเองครับ

ขอมาอธิบายกันความเข้าใจดนะครับ
bullsh*t กันไม่จบไม่สิ้นนะครับ Godในพระคัมภีร์ก็น่ากลัวเหรอเกิน

#9 By Kasidej on 2008-12-05 09:41

เอ่อ เห็นด้วย
เรื่องของเขา เราไม่ยุ่ง อย่ามายุ่งกับผมละกัน...กลัว sad smile

#8 By นักรบ on 2008-12-05 05:39

sad smile ไม่อยากเจอผู้ฉิงด้วยครับเห่อๆ

#7 By iQ180 on 2008-12-05 02:04

เล่นแรงนะเนี่ย sad smile

#6 By Shuu Exteen on 2008-12-04 23:46

เรื่องเปลี่ยน นายเป็นนางสาวได้นี่ อันตรายมาก

กลัวชาร์จผิดคนเช่นกันเลย
(พัฒนาชุดตรวจเพศแบบสำเร็จรูปขาย น่าจะทำเงินได้นะ)

#5 By Eddalion on 2008-12-04 23:41

ขำตอนพิธีกรปิดจบ

yes, Jesus is Black

ฟังแล้วเหมือนจะกวนๆว่า พระเจ้าเป็นคนดำไปด้วยเลย (คิดเอาเองอ่ะนะ)

เลยนึกไปถึงหนังเรื่องDogma ที่บอกว่าจริงๆ แล้วนักบุญมีทั้งหมด13องค์ แต่ที่ถูกตัดไปเพราะเป็นคนผิวดำ

ว่าแล้วอยากดูอีกรอบวุ้ย

#4 By tapum on 2008-12-04 23:28

เห็นด้วยเรื่องในพระคัมภีร์ค่ะ ฮา

(เห็นด้วยอีกว่า อย่าเปลี่ยนเป็นนางสาวเลย เอิ้กกกก)

#3 By hikaru on 2008-12-04 23:24

55555+++confused smile มีกลัวชาร์จผิดคนด้วย

#2 By ~NuDeE~ on 2008-12-04 23:01

555 ลงท้ายนี่...

จริงเกย์เป็นเรื่องปกติในหลายๆสังคม เช่นโรมันด้วย เป็นความรักแบบสูงส่งอีกต่างหาก

แต่อย่ามา harassment ผมนะsad smile

#1 By house on 2008-12-04 22:58