เลือกตั้งสหรัฐผ่านไปแค่สองอาทิตย์ ขอเก็บตกสักหน่อยเถอะ!
 
ประเทศอังกฤษอาจได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตย(ถึงแมกนาคาร์ต้าจะคุ้มครองแค่ขุนนาง ชาวบ้านไม่เกี่ยวก็เถอะนะ) แต่ชาติที่ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นตำรับกระบวนการเลือกตั้งที่เรียกเสียงโห่ฮาน่าติดตามเหมือนละครน้ำเน่าคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสหรัฐอเมริกานั่นเอง!!
 
ถ้าคิดว่าป้ายสีใส่ไข่ กุเรื่องฉาว พูดกวนบาทาอย่างการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพครั้งล่ามันยอดจะแย่แล้วละก็ เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยสาธารณรัฐเริ่มก่อตั้งน่ะแย่ยิ่งกว่านี้หลายเท่าเชียวขอรับ เรียกได้ว่าสมัยนี้อ่อนด้อยไปเลยล่ะ
 
เขามีค่ายกลการเมืองอะไรตกทอดไปสู่คนทั่วโลกบ้าง ตามมาดูด้วยกันเลยครับ
 
กลยุทธ์ที่หนึ่ง "คำนี้ต้องขยายยยย" Thomas Jefferson VS John Adams
 
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเลือกตั้งปี 1800 หลังเพิ่งประกาศอิสรภาพปี 1776 ได้หมาดๆซิงๆ  คู่ปรับของเราเป็นบิดาผู้สร้างชาติทั้งสองราย Adams กำลังรักษาตำแหน่งประธานาธิบดีจากสมัยที่แล้ว ส่วน Jefferson ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดีก็เห็นว่าได้เวลาของฉันเสียที
 
 
ซ้าย Jefferson, ขวา Adams
 
อาจเพราะ Adams เห็นว่าเลือกตั้งครั้งที่แล้วถกนโยบายกันไปแล้วเลยกลัวประชาชนเบื่อ คราวนี้ข้าพเจ้าขอลองยุทธวิธีใหม่บ้างละกัน
 
นั่นคือปั้นเรื่องเกี่ยวกับฝ่ายโน้นแล้วแจกจ่ายให้เรียบร้อยโรงเรียนมะกัน เมื่อปิ๊งไอเดียได้ดังนี้ทีมของประธานาธิบดี Adams ก็ออกบัตรสนเท่ห์โจมตีคู่แข่งว่า
 
"ถ้าคนนอกศาสนาอย่าง Jefferson ได้เป็นประธานาธิบดีละก็ คริสตศาสนาจะต้องถึงจุดจบ! โบสถ์ในประเทศจะถูกทำลาย! และสถานที่บูชาอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะกลายเป็นที่พำนักของเหล่าโสเภณี!!"
 
 
"วันอาทิตย์ ได้เวลาสารภาพบาปอีกแล้วสินะ"
 
ถึงจะจริงว่า Jefferson เคยเอากรรไกรไปนั่งตัดพระคัมภีร์บทที่ฟังไม่ขึ้นออกจนเหลือเล่มบางเฉียบมาแล้ว (เรียกว่าJefferson's Bible นะครับ) แต่ Adams เองก็ใช่ย่อยสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อท่านย่างเข้าปัจจิมวัยยังเขียนจดหมายถึง Jefferson ว่า
 
 "ข้าพเจ้าตัวสั่นเมื่อคิดถึงอุปกรณ์สร้างความทุกข์ยากที่มนุษย์ยังเก็บรักษาไว้อย่างไม้กางเขน ลองคิดสิว่าสิ่งนี้ได้สร้างความเลวร้ายอะไรบ้าง!"
 
แต่เอาเถอะการเมืองก็เหมือนละคร หน้าฉากบอกรักหลังฉากเกลียดเข้าไส้มีมากถม (ฮ่า! โรคนี้สยามประเทศก็ติดมา) Adams คงถือว่าตัวเองแค่ขยายความไม่ศรัทธาในศาสนาคริสต์ของ Jefferson ให้กว้างขึ้นอีกนิดนึงเท่านั้นเอง แต่ท่าจะแรงไม่สาแก่ใจ พรรค Federalists ของ Adams เลยทับถมข้อกล่าวหาลงหนังสือพิมพ์อีกว่าอเมริกาใต้รัฐบาลของ Jefferson จะมีการเสี้ยมสอนหลักสูตร
 
"ฆาตกรรม,ปล้นชิง,ข่มขืน,มีชู้,สมสู่กันเองในครอบครัว"
 
ไอ้นี่มันหนังสือเรียนนี่หว่า(ล้อเล่นน้า ผมก็เล่น GTA ชอบมากด้วย)
 
กล่าวหากันโคตรเวอร์ขนาดนี้ Jefferson จะไม่เล่นด้วยก็ได้ แต่สงสัยไม่อยากให้ Adams บ้าน้ำลายฟูมปากอยู่คนเดียว ท่านเลยไปจ้างนักประชาสัมพันธ์ James Callendar มาให้โจมตีประธานาธิบดี Adams บ้าง Callendar ไปนั่งทางในสักพักแล้วกุเรื่องว่า "Adams บ้าสงครามและอยากโจมตีฝรั่งเศสเต็มแก่!"
 
ขออภัย...หาภาพ Callendar ไม่ได้ แต่น่าจะประมาณนี้
 
 อาจเพราะข้อกล่าวหา Jefferson ยังไม่หลุดโลกมาก แถมตอนนั้นฝรั่งเศสก็เป็นมหามิตรของอเมริกาน้อยๆเพราะช่วยรบในสงครามประกาศอิสรภาพ Adams เลยแพ้การเลือกตั้ง ส่วน Callendar ก็นอนตารางตามระเบียบสร้างความเสื่อมเสียให้ผู้ชนะอย่าง Jefferson ไม่น้อย
 
แต่วัฒนธรรม"คำนี้ต้องขยายยยย"ก็ได้เกิดขึ้นแล้วในสารบบการเมืองอเมริกัน และเผยแพร่ไปสู่ชาติอื่นในที่สุด
 
 กลยุทธ์ที่สอง "อย่าทำร้ายลูกผม เมียผม ฮืออออออๆ" John Quincy Adams VS Andrew Jackson
 
พอเลือกตั้งปี 1828 เวียนมาบรรจบ John Quincy Adams บุตรชายของ John Adams จากข้างบนก็ต้องรักษาเก้าอี้ทั่นประธานาธิบดีจาก Andrew Jackson ผู้ท้าชิงบ้าง
 
ซ้าย Jackson, ขวา John Quincy Adams
 
Quincy ได้เทคนิกเด็ดๆจากป่ะป๊ามาเยอะใช่เล่น ส่วนคู่แข่งก็เป็นนายพลพันธุ์โหดแถมยังติงต๊องนิดๆ
 
"ผมจะขับรถถังทะลวงบ่อน!"
 
Andrew Jackson น่ะยิ่งกว่าเสธแดงของเราอีกนะครับ ตลอดชีวิตท่านท้าดวลปืนกับคู่อริมากหน้าถึง 13 ราย ทำเอาถึงตายไป 1 ศพ เอาไม้เท้าฟาดบุคคลที่จะลอบสังหารจยปางตายก็ทำมาแล้ว
 
 John Quincy Adams งานเข้าล่ะทีนี้ เล่นว่าหมอนี่วิปริตจิตบิดเบี้ยวเลยละกัน! ทั่นประธานาธิบดีไม่รอช้า พิมพ์บัตรสนเท่ห์ Coffin Handbill แจกจ่ายประชาชีทันที
 
 
ชื่อก็บอกแล้วว่าบัตรสนเท่ห์Coffin (โลงศพ) ในใบปลิวเขียนไส่ไข่ใบโตว่า Jackson เคยคลุ้มคลั่งฆ่าทหารใต้สังกัดในเมือง New Orleansไปหกคนเพื่อสนองความซาดิสต์ตัวเอง!
 
Close up ใบปลิว มีภาพ Jackson กำลังจ้วงเหยื่อด้วย
 
ในความจริงแล้วทหารทั้ง 6 น่ะถูก Jackson สั่งประหารเพราะหนีทัพ วางเพลิง แล้วก็ปล้นชิงชาวบ้าน ซึ่งตัวแทนของ Jackson ก็ต้องออกมาแก้ข่าวเป็นการใหญ่ สร้างอาชีพ"โฆษกรับหน้า"ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองทีเดียวเชียว
 
 ทีมของ John Quincy Adams ยังปล่อยข่าวลงหนังสือพิมพ์อีกว่า Andrew Jackson นั้น"มีมารดาเป็นโสเภณีชั้นต่ำที่ทหารอังกฤษพามาจากเมืองแม่ ส่วนพ่อเป็นลูกครึ่งคนดำไร้หัวนอนปลายเท้า!" ส่วนภรรยาของ Jackson นั้นโดนกล่าวหาว่าจดทะเบียนสมรสกับคนอื่นอยู่ก่อนเท่ากับว่าครอบครัวผู้ท้าชิงตำแหน่งเป็นพวกคบชู้ ซึ่งข่าวลือเรื่องนี้ทำเอาสาวตระกูลผู้ดีอย่าง Rachel Jackson เครียดถึงขนาดป่วยตายเลยทีเดียว = ='
 
"Jackson เมื่อคืนคุณเสพเมถุนกับใครมา?"
 
 สุดท้ายเมื่อไม่รู้จะขุดขี้จากไหนมาโยนอีก ทีมทั่นประธานาธิบดีเลยแจกใบปลิวว่า
 
"ถ้า Jackson ได้เป็นประธานาธิบดี พวกท่านทุกคนจะถูกจับแขวนคอ!!!"
 

"Death we need??" อุแหม่ สยามประเทศยังแค่ "เลือกผมถึงจะดูแล"เท่านั้นเอง
 
John Quincy Adams ไม่ได้เรียนจากพระบิดาเลยว่าอย่าเวอร์เกินไป นักการเมืองหน้าไหนมันจะมีนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งตะแลงแกงบ้างฟระ ผลคือ Andrew Jackson ได้รับชัยชนะแต่นั่นก็ไม่ทำให้ท่านห่ามน้อยสักเท่าไหร่เพราะตอนลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี Jackson ยังเขียนว่า"ข้าพเจ้าเสียดายที่ไม่ได้แขวนคอรองประธานาธิบดี!!"
 
เอ้อ...ตะแกอาจจะบ้าจริงๆ
 
 กลยุทธ์ที่สาม "นุ่งผ้าขาวม้า คนของประชาชน" William Henry Harrison VS Martin Van Buren
 
มุกเว้าภาษาถิ่น นุ่งผ้าขาวม้าอาบน้ำ ห้อยพวงมาลัย  ร้องคาราโอเกะกับแม่ยก ขณะเดียวกันก็บอกว่าคู่แข่งน่ะ เป็น"คนเมือง","นักวิชาเกิน" นั้นเป็นธรรมเนียมนักการเมืองบ้านเรามาช้านาน แต่จริงๆแล้วมันมีต้นกำเนิดที่อเมริกาอีกตามเคย
 
 ปี 1840 Martin Van Buren ประธานาธิบดีคนที่ 8 ของสหรัฐก็ต้องเจอผู้ท้าชิง William Henry Harrison จากพรรควิก ซึ่งตา Harrison ก็ใช้ธีมหาเสียงหลักคือสร้างภาพว่าตัวเองเป็นรากหญ้านั่นเอง
 
เริ่มจากโหมประชาสัมพันธ์ว่าตัวนั้นอยู่ในกระท่อมไม้และดื่มเหล้ากลั่นเองยังก๊ะสิบล้อ ถึงขั้นพิมพ์โปสเตอร์แจกด้วยนะครับ
 
"ไงล่ะ คนของประชาชนมะ?"
 
"นี่กระท่อมไม้ของคนแกร่งอย่างผม"
 
"ส่วนนี่ไอ้คู่แข่ง ใส่สูทจิบแชมเปญ"
 
น่าเสียดายที่สมัยนั้นไม่มีทีมข่าวเนชั่นตามไปสัมภาษณ์ถึงที่ เลยไม่มีใครรู้ว่าจริงๆแล้ว William Henry Harrison น่ะมีที่ดินหลายเอเคอร์ ร่ำรวยมหาศาล แถมอยู่คฤหาสน์ใหญ่โตขนาดบ้านจันทร์ส่องหล้ายังอาย ตัว Harrison เองไม่รู้เรื่องนโยบายอะไรเลยสักนิด ถึงขนาดทีมหาเสียงยังตั้งกฏไว้ว่า "อย่าให้คณะกรรมการ หรือการสัมภาษณ์ใดๆได้คำตอบว่า Harrison กำลังคิดอะไรหรือมีนโยบายอะไรกับประเทศบ้าง"
 
"ดิฉันไม่ใช่คนแรกที่ลงสมัครแบบเอ๋อๆเหรอเนี่ย?"
 
การสาดโคลนที่กระตุกต่อมประชาชนอย่างได้ผลสุดของ Harrison คือเปิดโปงว่า Van Buren น่ะติดตั้งอ่างอาบน้ำไว้ในทำเนียบขาว อ่างอาบน้ำ! คิดดูสิว่าคู่แข่งผมเป็นชนชั้นสูงขนาดไหน!!  อย่าทำเป็นเล่นไป สมัยที่คนอาบน้ำเดือนละครั้งนั้นอ่างอาบน้ำเป็นเรื่องไฮโซมากเลยละครับ
 
ทั่นประธานาธิบดีเลยพ่ายแพ้ต่อ Harrison รากหญ้าจอมปลอมไปโดยปริยาย แต่ก็เหมือนกรรมสนองเพราะพ่อหัวหมอเข้าทำเนียบขาวไปไม่ถึงเดือนก็ป่วยตายด้วยโรคปอดบวมเสียแล้ว
 
แหม่ ไม่แกร่งจริงนี่นา แล้วทำไปด๊ายยยย
 
 ที่มาของเลือกตั้งแบบเหม็นโฉ่ๆก็ด้วยประการฉะนี้ละขอรับท่านผู้อ่านที่เคารพ
 
 อเมริกานอกจากจะส่งออกประชาธิปไตยแล้วยังเป็นต้นกำเนิดมุกหาเสียงแบบหลุดๆอีกด้วย คราวหน้าคราวหลังเห็นเขาด่ากันในข่าวหน้าการเมืองอย่าแปลกใจเลยขอรับ มันก็มีมส์เดิมๆแต่กลายพันธุ์ให้เข้ากับโลกยุคดิจิตอลเท่านั้นแหละ สิ่งเหล่านี้ผ่านมาและย้อนกลับมาใหม่ในสังสารวัฎแห่งพฤติกรรมมนุษย์ จะเปลี่ยนเพียงตัวละครที่แสดงบนเวทีเท่านั้นเอง
 

Comment

Comment:

Tweet

ผมว่าอันนี้ยังดีนะครับ ประเทศเขามีขุดคุ้ยมาบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ของเราสิ หายเข้ากลีบเมฆ น่าอายๆ ลูกหลานเลยไม่รู้ว่าชั่วร้าย ชั่วช้า มั่วซั่วเป็นยังไง

#32 By Elta_kung on 2008-11-22 12:44

นายปฏิทิน คนนั้นหน้าตาคุ้นๆ ยังไงอยู่้นา??????

#31 By Eddalion on 2008-11-21 19:41

ช่วงนี้คุณ repentant อัพเรื่องการเมืองหยั่งงี้ดีจัง
ผลพลอยได้ ได้อ่าน ได้รู้เพิ่มไปด้วย ๕๕๕

การเมืองก็หยั่งงี้แหละค่ะ เหอๆๆๆๆ



คิดถึงบลอคนี้ม๊ากมากอ่ะ .. จริงๆนะ

#30 By ฉันคือรั้ว on 2008-11-21 15:28

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อื้อหือ.... ทำกันไปด้ายยยยยยยย sad smile

ว่าแต่ อยากรู้ว่าคนประเภทไหนที่จะเชื่อข่าวพวกนั้นล่ะเนี่ย ฮาๆๆๆ

#29 By lumin on 2008-11-21 14:19

โถ น้ำเน่าแบบเกินบรรยาย
สมัยก่อนคนเรานี่หลอกง่ายกันจริงๆนะครับ

#28 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-11-21 11:42

โอ้ว อ่านแล้วอยากเรียนประวัติศาสตร์จัง
เอ่อ การเมืองนี่เป็นเรื่องเฉพาะกิจที่ไม่ปรากฎวิวัฒนาการหรือเปล่าคะเนี่ย สุดแซ่บจริงๆ... sad smile

เอาดาวไปเยอะๆ เลยค่ะ สาระขำขันอีกแล้ว Hot! Hot! Hot!

#26 By draco on 2008-11-21 08:35

ฮา 555
ชอบอันนี้ >>"Jackson เมื่อคืนคุณเสพเมถุนกับใครมา?"

อเมกามันก็โกงมหาศาลพอๆกะไทยน่ะแหละ ดีแต่ชอบอวดอ้างนู่นอวดอ้างนี่ แล้วก็ไปเจ้ากี้เจ้าการประเทศอื่นเพราะอยากได้น้ำมัน

#25 By ชุน on 2008-11-21 08:24

เอิ่ม รูปประกอบแต่ละอย่างนี่หวาดเสียวทั้งน้านนนนนน
อ่านแล้วได้ความรู้เรื่อง PR (ที่ผิดจรรยาบรรณ)เยอะทีเดียว
หุๆๆ
สนุกมากค่ะ
ชอบที่เอาตัวละครมาใส่คาแรคเตอร์ ฮาาาาHot! Hot!
ใช้ได้เลยbig smile

#23 By all4teen on 2008-11-21 01:52

เดี๋ยวจะมาเก็ยตกอ่านใหม่ ตอนนี้ดึกแล้ว อิอิ

#22 By I [is am are] ก๋อง on 2008-11-21 01:01

นะbig smile

#21 By เซงครับ on 2008-11-21 00:49

คุณซาร่าห์ พาลินsad smile sad smile


#20 By 「♭Mystery」 on 2008-11-21 00:17

Hot!

รูปประกอบเข้าใจใช้จริงๆsad smile

แม้แต่เรื่องเกมส์เสื่อมการเมืองอเมริกาก็นำหน้าบ้านเราเรอะsad smile
โห เพิ่งจะรู้นะคับเนี๋ยะว่ามันเป็นแบบนี้ว่าแต่หาเนื้อหามาเยอะๆนะสนใจอยู่sad smile

#18 By ปิงปอง (125.25.121.150) on 2008-11-21 00:00

cry

#17 By ซูเนะโอะ on 2008-11-20 23:26

55555

#16 By Johny - Co on 2008-11-20 23:18

เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก

อยากให้พี่น้องได้อ่านHot! Hot! Hot!

#15 By อากุง on 2008-11-20 23:12

โหนี่มันเล่นกันขนาดนี้เลยหรอเนี่ย มนุษย์หน๋อ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile Hot!
เด็ดๆ :D !!!
Hot! Hot! Hot!

#12 By Shuu Exteen on 2008-11-20 22:09

มองในแง่บวก: ขนาดอเมริกาเองก็ยังเคยมีมุขหาเสียงกับผู้นำบ้าๆ เลย ดังนั้นแปลว่าบ้านเรายังไม่สิ้นหวังที่จะพัฒนา...เนอะๆ big smile

มองในแง่ลบ: ประเทศเรามันล้าหลังกว่าเขาไปกี่ร้อยปีวะ? sad smile

Hot!
รูปประกอบฮาโคตรๆ 555Hot!
ชอบรูปประกอบมากเลยครับ
Hot!

#8 By chubby on 2008-11-20 18:22

มีสีสันทุกประเทศประชาธิปไตยsad smile Hot!

#7 By iQ180 on 2008-11-20 17:30

PinG~ สุดยอดครับ Hot!

#6 By Pl@y-M@Te on 2008-11-20 16:35

Hot! Hot! Hot!

รูปประกอบเจ๋งดีครับ

#5 By Seam - C on 2008-11-20 16:19

5555
บ้าดี

พูดถึงแมกนาคาร์ตา ผมชอบนะ อ่านเรื่องยุคฟิวดัลไล่มา แล้วพอเข้าใจว่าทำไม ประชาธิปไตยแบบอังกฤษถึงเป็นแบบนั้น

#4 By house on 2008-11-20 15:20

อ่าน ละ ฮา อะ

เหมือน เด็กๆ ทะเลาะกัน


ละไปฟ้องแม่ ละเล่าเวอร์



ขำดี


Hot! Hot!

#3 By herenoi on 2008-11-20 15:19

โอ่ววว
คิดดูแล้วประเทศอื่นๆเค้าก็ล้มลุกคลุกคลานกันมาเยอะนะ

เราคลุกคลานแค่นี้คงไม่เท่าไหร่ open-mounthed smile Hot!

#2 By ilumin on 2008-11-20 15:06

เข้ามาอ่านค่ะ big smile

#1 By anaesthesia on 2008-11-20 14:59