การนั่งดูหนังสือเก่า โปสเตอร์เก่าเป็นงานอดิเรกหนึ่งของผม โดยเฉพาะถ้าเป็นโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อสมัยสงครามแล้วจะชอบมาก
 
พอดีวันนั้นได้หนังสือ War of the worlds ของ H.G. Wells ที่เขียนเมื่อปี 1898 มาจากร้านทุกอย่างราคาเหรียญเดียว นั่งอ่านไปเพลินๆก็เลยกระตุ้นต่อมอยากรู้ให้ไปหาข้อมูลเพิ่มใน Wikipedia ซึ่งผมพบว่า War of the Worlds เนี่ยมีภาคต่อไม่ได้รับอนุญาต(แฟนฟิคนั่นแหละ)กับเขาด้วยชื่อ Edison's Conquest of Mars หรือ โธมัส เอดิสันพิชิตดาวอังคาร ซึ่งตีพิมพ์เพียงหกอาทิตย์หลังต้นฉบับ War of the Worlds เริ่มลงในนิตยสารเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าแฟนฟิคสมัยก่อนรวดเร็วเหมือนปัจจุบันเลย
 
เนื่องจากสมัยนั้นกฏหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศยังไม่มี H.G. Wells จึงหมดทางโวยวาย มิหนำซ้ำตา โธมัส เอดิสันตัวจริงยังโดดมาช่วยโปรโมต Edison's Conquest of Mars  อีกต่างหาก คงเพราะถูกใจที่ผู้แต่ง Garrett P. Serviss ชาวอเมริกันเอาแกรับบทเป็นพระเอกกระมัง
 
เพราะเก่าเป็นร้อยปีแล้ววิกิจึงมีลิงค์หนังสือฟรีใน Project Gutenburg ไว้ด้วย ผมเลยตามไปอ่านเล่นๆ...แล้วก็ต้องเจอเซอไพรซ์ใหญ่
 
หน้าปกหนังสือพร้อมยานอวกาศหน้าตาเหมือนเรือดำน้ำ
 
เกริ่นก่อน...นิยายเรื่องนี้เปิดมาหลังจาก War of the Worlds จบไปเพียงนาทีเดียว นั่นคือชาวอังคารถูกเชื้อโรคจนต้องถอยร่นกลับดาวโดยทิ้งโลกที่ถูกทำลายไว้เบื้องหลัง
 
แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เรามียอดนักประดิษฐ์อย่างโธมัส เอดิสันอยู่ทั้งคน!!
 
ยานต้นแบบที่เอดิสีนสร้างโดยศึกษาจากซากยานชาวอังคาร มีลำแสงทำลายล้างอยู่บนหัวยานด้วยนะ
 
 
เอดิสัน(คนขวา) กับศาสตราจารย์ Serviss (ชื่อเดียวกับคนเขียนเลย นี่มันอารมณ์แฟนฟิคสุดๆ) กำลังวางแผนชำระแค้นดาวอังคาร
 
เมื่อท่านประธานาธิบดีทราบข่าวจึงจัดประชุมผู้นำโลก
 
เอดิสันแสดงผลงานคือยานและอาวุธแสงทำลายล้างต่อผู้นำโลกเพื่อเรี่ยไรเงินสร้างกองยาน ภาพพวกนี้เก่าร้อยเกือบ 120 ปีแล้วแต่ก็พิมพ์พระฉายาลักษณ์ผู้นำประเทศต่างๆได้ค่อนข้างใกล้เคียงตัวจริงมาก (ไล่จากขวาสุด: พระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษ,หนวดโง้งๆคือไกเซอร์ วิลเฮมแห่งเยอรมัน,เคราหนาๆคือพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย,ตามด้วยจักรพรรดิกวงซูแห่งจีน)
 
ต่างชาติต่างทุ่มเงินแทบหมดตัวแต่กระนั้นทุนรอนก็ยังไม่พอเสียที...ทันใดนั้น 

"The greatest surprise of all, however, came when the King of Siam wascalled upon for his contribution. He had not been given a foremost placein the Congress, but when the name of his country was pronounced he roseby his chair, dressed in a gorgeous specimen of the peculiar attire ofhis country, then slowly pushed his way to the front, stepped up to thePresident's desk and deposited upon it a small box.

"This is our contribution," he said, in broken English.

The cover was lifted, and there darted, shimmering in the half gloom ofthe Chamber, a burst of iridescence from the box."

 สิ่งน่าพิศวงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อถึงตาของกษัตริย์สยาม พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ในแถวหน้าของการประชุม แต่เมื่อชื่อประเทศสยามดังขึ้น กษัตริย์ในฉลองพระองค์แปลกพิศวงของประเทศก็ลุกจากพระอาสน์ เสด็จมาหน้าโต๊ะท่านประธานาธิบดีอย่างช้าๆแล้วทรงวางกล่องเล็กๆลง
 
"นี่คือเงินช่วยเหลือของเรา"พระองค์ตรัสด้วยสำเนียงอังกฤษแปร่งๆ
 
ฝากล่องถูกเปิดออก ทันใดนั้นแสงที่เรืองรองไปครึ่งห้องก็สว่างจ้าออกมาจากภายใน
 
แค่มีเมืองไทยในเรื่องก็แปลกใจมากแล้ว พอถึงตรงนี้ผมก็ตาเหลือก ปากค้างไปเลยครับ
 
สมเด็จพระจุลจอมเกล้ามหาราช รัชกาลที่ห้านี่เอง!! ฉลองพระองค์เกือบถูกเป๊ะแม้จะมีผ้าคลุมซามูไรโผล่มาจากไหนไม่ทราบ เดาว่าคนวาด(ปี1898)คงเอาภาพจากตอนประพาสยุโรปครั้งแรก(1897) มาใช้ประกอบกระมัง ถึงร.5จะไม่ได้ทรงเสร็จไปอเมริกาแต่ดูท่าข่าวการมาของพระมหากษัตริย์จากประเทศตะวันออกที่ลึกลับคงสร้างความสนใจให้ฝรั่งทั้งสองฟากมหาสมุทรแอตแลนติกไม่น้อย เพราะServissถึงกับเอาไปเป็นตัวละครรับเชิญแบบเจ้าตัวไม่รู้เลยทีเดียว
 
"My friends of the Western world," continued the King of Siam, "will beinterested in seeing this gem. Only once before has the eye of a Europeanbeen blessed with the sight of it. Your books will tell you that in theseventeenth century a traveler, Tavernier, saw in India an unmatcheddiamond which afterward disappeared like a meteor, and was thought tohave been lost from the earth. You all know the name of that diamond andits history. It is the Great Mogul, and it lies before you. How it cameinto my possession I shall not explain. At any rate, it is honestly mine,and I freely contribute it here to aid in protecting my native planetagainst those enemies who appear determined to destroy it."
 
 "มิตรชาวตะวันตกของข้าพเจ้า" กษัตริย์สยามตรัส "คงสนใจกับอัญมณีเม็ดนี้มากทีเดียว เพราะที่ผ่านมาเคยมีชาวยุโรปเพียงคนเดียวเท่านั้นเคยได้เห็น หนังสือของท่านเล่าว่าในสมัยศตวรรษที่ 17 นักผจญภัยฝรั่งเศสชื่อทาเวเนียร์ได้พบโคตรเพชรในประเทศอินเดีย...แต่แล้วมันก็หายไปเหมือนดาวตก
 
ท่านทั้งหลายรู้จักมันในนามเพชรแขกโมกุลใหญ่ ข้าพเจ้าจะไม่ขอบอกว่าได้มันมาได้อย่างไรแต่ก็ขอยืนยันว่ามันเป็นของข้าพเจ้าด้วยความซื่อสัตย์ และวันนี้ข้าพเจ้าพร้อมเสียสละมันเพื่อปกป้องดาวบ้านเกิดจากศัตรูที่หวังทำลาย"
 
เมื่อพระองค์ตรัสจบ ผู้นำโลกต่างก็ส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตกตะลึง
 
เพชรแขกโมกุลใหญ่นี่มีจริงๆครับ แล้วก็ถูกเขียนถึงโดยชาวฝรั่งเศสชื่อทาเวเนียร์จริงๆ แต่โชคร้ายที่มันหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เท่าที่นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานคือเพชร Great Mogul น่าจะผ่านมือไปเรื่อยๆจนถึงมือพระนางแคเธอรีนมหาราชโน่นแหละ โดยอาศัยจากภาพ Sketch ของทาเวเนียร์ซึ่งดูคล้ายกับเพชร Orlov ที่ประดับคทาจักรพรรดินีรัสเซีย
 
Orlov Diamond เป็นเพชรสีฟ้าขนาด 189 กะรัต!
 
ตาคนเขียนแกคงนึกว่าประเทศตะวันออกต้องมีแต่อะไรแปลกๆกระมัง
 
เข้าเรื่องกันต่อ
 
 สุดท้ายประธานาธิบดีอเมริกาก็ทำตัวเป็นฮีโร่บริจาคเงินที่เหลือให้เอดิสัน :p แล้วกองทัพโลกก็ออกยาตราสู่ดาวอังคาร
 
ชุดนักรบอวกาศ นับว่าเป็นการเอ่ยถึงครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกเชียวนา Edison's Conquest of Mars ยังพูดถึงสิ่งประดิษฐ์อื่นอย่างการรบในอวกาศ ยาเม็ดออกซิเจน ลำแสงพิฆาตด้วย
 
 
สมัยนั้นวิทยุยังไม่ถูกประดิษฐ์ ยานอวกาศพลังไฟฟ้าเหมือนรถไฮบริดพวกนี้เขาติดต่อกันด้วยไฟกับธงครับจินตนาการคนสมัยก่อนนี่ใช่เล่น
 
หลังจากแวะลงบนดวงจันทร์(และพบว่ามันมีน้ำแข็ง ภูเขาเพชร ยักษ์ แล้วก็อารยธรรมโบราณ) พวกเขาก็มาถึงเป้าหมาย
 
ชาวอังคารตามจินตนาการคนสมัย 120 ปีก่อน ยังกะไอ้ค่อมนอตเตอร์ดัม
 
 
แต่ยานบางลำถูกรังสีพิฆาตทำลาย Edison's Conquest of Mars นี่เป็นนิยายไซไฟเรื่องแรกที่พูดถึงการรบในอวกาศแบบกันดั้ม,Starwarsด้วย
 
แต่โลกก็ใช้ลำแสงของเอดิสันโต้กลับ!! เอาให้ตายกันไปข้าง
 
การรบลามไปถึงเมืองหลวงชาวอังคาร แล้วตัวละครในเรื่องก็พบจุดหักมุมว่าสงครามบุกรุกโลกไม่ใช่การเยือนครั้งแรกจากต่างดาว
 
จริงๆชาวอังคารนี่แหละสร้างปิระมิด! แถมเมื่อสร็จงานยังลักพาตัวชาวโลกกลับไปดาวตัวเอง! ไอเดียสตาร์เกทก็ปรากฏครั้งแรกในนิยายเล่มนี้เช่นกัน
 
สุดท้ายยังไงก็ต้องชนะ เมืองหลวงชาวอังคารถูกทำลายราบ มาบุกโลกอีกรอบแบบในภาคทอม ครูส ไม่ได้แล้ว
 
 
ธรรมะชนะอธรรม!!
 
 จากนั้นเหล่าฮีโร่ก็เดินทางกลับโลกพร้อมกับสาวงามที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวได้สำเร็จ ตามสูตรเหมือนหนังไมเคิล เบย์ทุกประการ
 
 ชาวไทยไม่เคยได้ยินชื่อแฟนฟิคเรื่องนี้เพราะมันดังแค่ในอเมริกา แถมกฏหมายลิขสิทธิ์ที่ตามมาภายหลังก็ทำให้สำนักพิมพ์ต้องรอถึงปี 1947 โน่นแน่ะถึงจะรวมเล่มออกมาได้
 
แต่สำหรับผมนี่ก็เป็นการค้นพบโดยบังเอิญที่น่าสนใจมากแถมยังแอบภูมิใจเล็กๆ  
 
เพราะนอกจาก Edison's Conquest of Mars จะเป็นผู้บุกเบิกไอเดียไซไฟในหลายๆด้านแล้ว มันยังแสดงให้เห็นว่าการเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ห้านั้นนอกจากจะสร้างข่าวดังจนประเทศมหาอำนาจเริ่มรู้จักและเห็นความสำคัญของสยามในการเมืองระดับภูมิภาคมากขึ้นแล้ว ยังลอยไปถึงหูนักเขียนอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกให้เชิญพระองค์ไปเป็นดารารับเชิญแบบไม่รู้ตัวในนิยายวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย
 

Comment

Comment:

Tweet

น่าสงสัยเหมือนกันนะ ทำไมคนเขียนถึงให้สยามเป็นผู้ครอบครองเพชรที่หายสาบสูญ ^ ^

#91 By Kirafd (115.87.195.186) on 2012-01-03 01:27

เพชรเม็ดงาม

#90 By ♥ ช้างต้น on 2008-10-25 20:59

สุดยอดไปเลยค่ะ O[]O

#89 By [AdeLiNe] on 2008-10-25 17:57

สุดยอดเลยคร้า....!cry
สุดยอดไปเลย


เก่งจังคับ
หาเจอด้วย ปลิ้มแทนคัฟ

ชอบของเก่าเหมือนกันเลยคัฟ
แต่ผมหาอะไรดีๆไม่ค่อยเจอ
จะประทับใจก้อเจอของคนอื่นเขา ^ ^

#87 By NAGATSU on 2008-10-25 16:29

Hot! confused smile

#86 By gamboom on 2008-10-25 16:21

เซอร์ไพรซ์....เป็นอะไรที่สุดยอกมากค่ะ!Hot! confused smile

#85 By Maew : แหมว on 2008-10-25 15:00

นี่มันสุดยอดไปเลยนี่นา *0*

#84 By petiteparty on 2008-10-25 13:43

Hot! All Hail Thailand !! Hot!

#83 By Vichyasviel von Einzbern on 2008-10-25 11:28

Hot! ทรงเท่ห์มากเลยค่ะ
(คอมเม้นท์ด้วยราชาศัพท์ไม่ถูกกันเลยทีเดียว)

#82 By แมวส้ม::กัญ on 2008-10-25 09:29

สุดยอดจริงๆ หามาได้ไงเนี่ย

แวะมาหาเราบ้างนะ

http://nokpanida.exteen.com
สุดยอดดดด...


เออ การเสด็จประพาสยุโรปของ ร.๕ ที่ดังไปถึงเมกา เพราะว่าฝรั่งเศสกับอังกฤษค่ะ
เอาไว้ขยายความกันอีกทีเนอะ...

ปล. อ่านบลอคนี้เลยได้ไอเดียอัพบลอคต่อเลย ๕๕๕

#80 By ฉันคือรั้ว on 2008-10-25 02:15

เลิศๆๆๆHot! Hot! Hot!

#79 By ohyoyoo on 2008-10-25 00:37

ภูมิใจและเศร้าใจ

ที่พระองค์ทรงสร้างราชอาณาจักรสยามให้ยิ่งใหญ่จนฝรั่งเห็นค่า

แต่ประเทศที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา กลับกลายเป็นแบบนี้

#78 By Ion_Fuser (124.121.175.126) on 2008-10-24 23:31

Hot! สุดยอดไปเลยbig smile

#77 By แป๊ะยิ้ม on 2008-10-24 22:09

ซึ้งแฮะ Hot!
ด้วยเกล้า เสด็จพ่อของปวงชนชาวไทย
ผมเป็นลูกสวนกุหลาบ นนท์
ท่านเป็นเสด็จพ่อที่ตรึงใจเด็กสวนเลยครับ big smile

#75 By ●!! [YoCRãß]™ on 2008-10-24 18:33

โอ้ ว้าวววววววว

wink


Hot! Hot! Hot!

#74 By ต้นปาล์ม on 2008-10-24 16:25

กรี๊ดดดดดด สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดด

แหมเป็นปลื้มค่ะ ฮาาาาาา



นึกออกเลยค่ะ อารมณ์ที่คิงจากประเทศที่ลึกลับมาเยื่อน
ภาพของไทยจากสายตาฝรั่งก็ดีมิใช่น้อยนะ (เมื่อก่อน...)

#73 By hikaru on 2008-10-24 16:07

Hot! Hot!
สุดยอดคับ
เข้ากับช่วงนี้

#72 By MEISANMUI™ on 2008-10-24 15:26

สุดยอดไปเลยค่ะ อ่านแล้วชักอยากไปหา Edison's Conquest of Mars มาอ่านบ้าง big smile

#71 By +hiyuura+ on 2008-10-24 14:07

เหอๆ ไม่น่าเชื่อ

#70 By ชุน on 2008-10-24 12:46

สุดยอดมากๆ
น่าปลื้มใจจริงๆค่ะ

#69 By syramed on 2008-10-24 12:06

ขอบคุณสำหรับสาระดีครับ

#68 By disk on 2008-10-24 11:36

เรื่องราวของพระองค์มีเป็นละครบรอดเวย์ด้วยนิครับเรื่อง King and I

แต่ยังไงก็ตามในแฟนฟิคเรื่องนี้ พระองค์เท่มาก cry

#67 By Akara_gat on 2008-10-24 11:00

+1

#66 By ซูเนะโอะ on 2008-10-24 10:15

ไอเดีย สุดยอด มีลำแสงยิงกันด้วย หุหุ

#65 By CyberAlchemist on 2008-10-24 02:26

ทรงพระเจิรญ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
Hot! Hot! Hot!

#63 By Ellebazi on 2008-10-24 01:52

ดังจริงๆแฮะ

#62 By groundfloor on 2008-10-24 01:10

สะสุดยอดค่ะ Hot! Hot! Hot!
เป็นการค้นพบที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมากก่อนเลยค่ะ
(อาจถูกนำไปทำ FWM ได้ อิอิ)

#61 By หนูพุก on 2008-10-24 00:41

Hot! big smile ทุกคนเม้นท์สิ่งที่คิดไปหมดแล้ว ดีใจที่ได้อ่านบทความนี้

#60 By Lily Pixel on 2008-10-24 00:35

ทรงพระปรีชายิ่งนัก

#59 By Meiling74 on 2008-10-24 00:33

Hot! Hot! Hot! สุดยอดดดด

#58 By (^_^)/nana on 2008-10-23 23:53

สุดยอดจริงๆ ครับ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#57 By ต๊อตติ on 2008-10-23 23:36

Hot!

wink

ขอบคุณค่ะ
(การตามประวัติศาสตร์ในมุมนี้นี่น่าสนุกดีนะคะ )

#56 By rainorshine on 2008-10-23 23:23

อ่านสนุกมากเลยค่ะ Hot!

#55 By dawinxx on 2008-10-23 22:58

น่าทึ่งมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของประเทศสยาม และ องค์กษัตริย์ ของไทย ได้ไปเข้าร่วม (แบบโพล่เข้าไป) ในนิยายของฝรั่งมังค่า และ เรื่องของแฟนฟิค ...แหม...ไม่มี กม.ลิขสิทธิ์นี่มันก็...ได้ผลออกมาเป็นอะไรที่ น่ารักน่าชัง อย่างนี้นี่เอง

#54 By p.k.a on 2008-10-23 22:45

Hot! Hot! Hot!
เอาไปสามดาวเล๊ยย

ซึ้งง่ะ...ไทยเราก็มีส่วนร่วมกะเค้าเหมือนกัน 5 5

#53 By Doru-Kun™ on 2008-10-23 22:44

Hot!

อ่านแล้วขนลุกเลย

#52 By Sunny Hunny ♥ on 2008-10-23 22:38

Hot!

#51 By baibua on 2008-10-23 22:20

Hot! Hot! Hot! Hot!

#49 By .-.Chill.-. on 2008-10-23 22:09

Hot! Hot! Hot! Hot!

#50 By .-.Chill.-. on 2008-10-23 22:09

สุดยอดเลยค่ะ กะความบังเอิญที่ทำให้ได้หนังสือเล่มนั้นมา
โพสได้เข้ากะบรรยากาศมาก Hot!

#48 By misika on 2008-10-23 22:01

Hot! Hot! Hot! Hot!
ถูกใจมากๆ

#47 By raycircle on 2008-10-23 21:56

โอ้ มหัศจรรย์ Fanfiction สุดยอดจริงๆbig smile

#46 By tapum on 2008-10-23 21:44

Hot! Hot! Hot!

#45 By ~*moonu*~ on 2008-10-23 21:07

โอ้ว ไม่นึกว่าจะมีแบบนี้ค่ะ
แอบฮาผ้าคลุมซามูไรเหมือนกัน confused smile

#44 By STECHA doll house on 2008-10-23 20:57

Hot!
Entry นี้เจ๋งโคตรครับ
ส่วนคุณ So Gallagher

เห็นแล้วเศร้าใจ..

จากประเทศที่เคยโด่งดัง มีคนรู้จักได้เทียบเคียงประเทศมหาอำนาจในเอเชีย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นประเทศเงียบสนิท ไม่มีใครรู้จัก

ไม่ล่มสะดุดพลาดตรงไหนหนอ

ผมว่ามันสะดุดตอนคณะราฏนั่นล่ะครับ
ตามฝรั่งแบบไม่ลืมหูลืมตาก็งี้แล
ขอจงทรงพระเจริญ confused smile

#42 By Milkyway.sk on 2008-10-23 20:16