...แสง...
 
Owachomo Bridge, Utah
 
แสงยามราตรีได้โรยลงห่มบรรพบุรษของเราจากความกลัวและฝันร้ายนับแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ สมองที่วิวัฒนาการมาจนไวต่อการหารูปแบบและความหมายให้กับปรากฏการณ์ต่างๆหลงใหลท้องฟ้ากลางคืนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
 
เราหว่านจินตนาการลงบนหมู่ดาวระยับให้ออกผลเป็นตำนานแห่งสรวงสวรรค์
 
 ใช้ดวงดาวนำทางในการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่นับแต่เจิ้งเหอ ตราบจนแมคแจลแลน
 
บอกรักจะให้ซาบซึ้งยังต้องใต้ทะเลดาวเลย
 
ด้วยความวัยเยาว์ของเผ่าพันธุ์ มนุษย์ยังทึกทักว่าจักรวาลทั้งหมดถูกสร้างมาเพื่อตัวเอง กระทั่งการเคลื่อนไหวของดาวยังกำหนดชีวิตเราได้ (ผมชอบดูดวงเล่นๆเหมือนกันนะ แต่สงสัยว่าถ้าแสงดาวที่เราเห็นมาจากอดีตมันจะบอกอนาคตได้ยังไง? แล้วถ้ามนุษย์อนาคตในโคโลนีอยากจับยามดูดาวบ้างจะต้องใช้ตำราเล่มไหน เพราะคงเห็นอะไรๆต่างกับโลก)

พอเด็กน้อยโตเป็นผู้ใหญ่...เราก็พบหนทางสร้างแสงยามราตรีด้วยเอง
 
 
เพื่อขับไล่ความมืด...เรานำมันไปทุกหนแห่งที่เหยียบย่าง
 

 
ในช่วงแค่ร้อยปีที่ผ่านมา โลกสว่างวาบขึ้นด้วยแสงหลอดไฟพร้อมๆไปกับการเติบโตของอารยธรรมมนุษย์
 
 Los Angeles, 1908
 
Los Angeles, 2008
 
จากอวกาศ แสงจากหลอดไฟเหมือนประภาคารที่บอกว่าในอวกาศอ้างว้างยังมีพิภพที่มีชีวิต
 

 Chicago
 
แต่ขณะเดียวกัน สรวงสวรรค์ที่บรรพบุรุษของเราเคยเงยหน้าขึ้นมองก็ริบหรี่ลงด้วย
 

นิวยอร์ก: เช่นเดียวกับเมืองหลวงอื่นๆของโลกที่ผู้อาศัยต้องเพ่งฝ่าหมอกและไฟนีออนถึงจะเห็นดาว
 
อารายธรรมมนุษย์สว่างเสียจนทะเลดวงดาวเริ่มไร้ที่สาดแสง
 
ไฟจาก Salt lake City ที่เรืองถึงทะเลทราย Utah Flats ซึ่งห่างไปนับร้อยกิโล
 
 หินผาไร้ชีวิตอาจมองการคืบคลานของผู้ขโมยราตรีอย่างวางเฉย
 
 
 
แต่อย่าลืมว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีผู้อาศัยเพียงมนุษย์อย่างเดียว
 
แม่เต่าวางไข่,Florida: ตามสัญชาตญาณลูกเต่าเพิ่งฟักจะอาศัยแสงขอบฟ้าเดินลงทะเล แต่ปัจจุบันพวกมันถูกแสงของเมืองล่อให้คลานไปถูกนกจับกินหรือรถทับป่นปี้
 
Toronto, Canada: ในอเมริกาเหนือ ป่ากระจกสะท้อนไฟวุบวับได้กลายเป็นเขาวงกตและสุสานของนกปีละกว่าร้อยล้านตัว บ้างก็บินชนตึก บ้างก็สับสนหลงทางจนอดตายอยู่ในแสงสีเช่นเดียวกับผู้อยู่อาศัยเบื้องล่าง
 
ปีกหักเพราะหลงไฟ
 
นานเท่าไหร่แล้ว...ที่เราไม่ได้สัมผัสกับฝันที่ค่อยๆเลือนรางไป
 
 
ปัจจุบันก็มีแต่ชนบท หรือในทวีปอย่างแอฟริกาเท่านั้นที่มนุษย์เดินดินสามารถมองเห็นปรารถนาดั้งเดิมของตนได้
 
เนื่องด้วยมลภาวะทางแสงและผลกระทบของมันต่อระบบนิเวศน์ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ในหลายปีที่ผ่านมา องค์กร National Science Foundation ของสหรัฐจึงได้จัดโครงการ
 
 
ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อศึกษาผลกระทบของมลภาวะทางแสงขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมถึงวันที่ 3 พฤษจิกายนนี้ โดยประชาชนของโลกทุกคนสามารถร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
 
วิธีร่วมโครงการง่ายมากเลยครับ อยากให้ท่านผู้อ่านและคนที่มีเวลาว่างมาช่วยกัน ^_^
 
1. คืนนี้สักทุ่ม-สามทุ่มให้ทอดเท้าออกไปนั่งลานบ้าน จะคนเดียวหรือชวนแฟน พ่อแม่ คุณตาคุณยายไปนั่งด้วยก็ตามสะดวก
 
2. ดูว่าตัวเองอยู่ในซีกโลกไหน
 
ในเขตเหลืองอย่างไทย ญี่ปุ่น สหรัฐคือซีกเหนือ ท่านผู้อ่านจากออสเตรเลีย แคนาดาอยู่ซีกใต้ขอรับ
 
 ท่านที่อยู่ซีกโลกเหนือ ขอให้มองหากลุ่มดาวหงส์(Cygnus)
 
ส่วนผู้อยู่ซีกโลกใต้ ให้หากลุ่มดาวคนธนู(sagittarius)
 
 ส่วนว่าให้หันไปทางไหนจะเห็นได้ง่ายๆนั้นคนดูดาวท้องฟ้าจำลองอย่างผมค่อนข้างจะจนใจ หากมีผู้รู้ช่วยบอกจะเอาแปะเสริมให้ตรงนี้พร้อมคำขอบคุณอย่างสูงครับ
 
ท่านเจ้าชายน้อยแนะนำ http://www.stellarium.org/
โปรแกรมท้องฟ้าสามมิติฟรีที่ช่วยบอกตำแหน่งของดาวต่างๆเมื่อเทียบกับตำแหน่ง Latitude Longtitude ของเราได้! ตำแหน่งละติจูดนี่หาง่ายๆในวิกิพีเดียครับ
  
3. จะหาเจอหรือไม่เจอ จูงมือแฟนกลับเข้าก็ให้เทียบท้องฟ้าที่เห็นกับตาราง Magnitude Chart
 
 
 
 
 อันนี้ตัวอย่างMagnitude 3 เห็นดาวไม่มากเท่าไหร่
 
4. เข้า Wikipedia หา Latitude, Longtitude ตัวเอง เลือกคร่าวๆที่กรุงเทพหรือเมืองที่ท่านอยู่ก็พอแล้ว
 
อย่าง Bangkok ก็ Coordinates: 13°45′8″N 100°29′38″E ปกติไอ้เลขนี่จะอยู่ใต้รูปมุมซ้ายบนครับ
 
 5. เข้าไปที่เว็บ http://www.windows.ucar.edu/citizen_science/starcount/report.html เพื่อโพสต์ผลการดูดาว แล้วทุกอย่างจะขึ้นใน Google Map ให้คนทั่วโลกดูได้!!!
 
ระหว่างวันนี้ถึง 2 พฤษจิกายนเท่านั้นเน้อ ท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเชิญที่ 
 
 ขอบพระคุณทุกคนที่ร่วมมือ หากช่วยบอกต่อเพื่อนที่ชอบดูดาวได้จะเยี่ยมมากเลยครับ แล้วพบกันใน Google map!!
 
"We are just an advanced breed of monkeys on a minor planet of a very average star. But we can understand the Universe. That makes us something very special."

Stephen Hawking
 
ทุกภาพเอื้อเฟื้อจาก http://ngm.nationalgeographic.com/2008/11/light-pollution/richardson-photography
 
ปล. สองสามวันนี้ไมไ่ด้ตอบคอมเมนต์ ขอโทษนะครับ ยุ่งจริงๆ T_T แล้วจะดำหาสัตว์ประหลาดมาฝากอีก อิอิ

Comment

Comment: