ไหนลองนึกสปีชีส์ไดโนเสาร์ขึ้นมาในใจสักอันสิครับ
เวโลซิแรปเตอร์?
เทราโนดอน?
บราคิโอเซารัส?
ตึ๊งงงงง! ผิดหมดเลยครับ นั่นไม่ใช่ชื่อสปีชีส์ไดโนเสาร์ แต่เป็นชื่อ จีนัส หรือสกุลของเขาต่างหาก เหมือนแทนที่เราจะเรียกนางฟ้า พอลล่า เทเลอร์ ก็ดันไปเรียกเขาว่าคุณ เทเลอร์เฉยๆ ซึ่งนี่อาจทำให้สับสนกับญาติคนอื่นของพอลล่า หรือ อลิซาเบธ เทเลอร์ ได้
ฉันก็ เทเลอร์ นะเค้ออออออออ (หรือว่านี่คือพอลล่าในอนาคต!?!?)
อย่างเจ้าแรปเตอร์ใน Jurassic Park เนี่ย ชื่อจริงเขาคือ Velociraptor mongoliensis แต่ถ้าตัวละครในหนังมาเสียเวลาร่ายนามเต็มๆก็คงโดนเขมือบไปแต่ต้นเรื่อง ถ้าเจ้าแรปเตอร์อยู่มาถึงวันนี้เวลาพิมพ์บัตรประชาชนคงงงตาย
นักไดโนเสาร์วิทยาท่านหนึ่งเคยพูดไว้กวนๆว่า "ไดโนเสาร์พันธุ์เดียวที่คนจำชื่อสปีชีส์ได้เต็มๆคือ ไทแรนโนเซารัส เรกซ์ เท่านั้นแหละ!!"
แล้วทำไมต้องบัญญัติให้มันยุ่งยาก? อันนี้ต้องย้อนกันไปสักปี 1600 กันก่อน สมัยนั้นยังไม่มีใครรู้จักไดโนเสาร์กันอย่างเป็นทางการหรอกครับ แต่โลกธรรมชาติอันหลากหลายก็เริ่มสร้างความปวดหัวให้ปราชญ์ร่วมสมัยกันบ้างแล้ว
เพราะอย่าง แมว ในภาษาอังกฤษเป็น Cat ฝรั่งเศสเป็น Chat เยอรมันก็ออกดุๆหน่อยว่า Katze (ยังกะกัซใน berserk) ญี่ปุ่นเรียก Neko ตีกันวุ่นวาย
นักคิดสมัยเรเนซองส์เลยตัดสินใจตั้งชื่อสัตว์จากภาษาละตินซะเลย เพราะนอกจากเป็นภาษาโบราณไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ละตินยังเป็นภาษามาตรฐานของงานวิชาการและคัมภีร์ทางศาสนาในยุคนั้นอีกด้วย เช่นเดียวกับที่เอกสารวิชาการปัจจุบันต้องมีเวอร์ชั่นอังกฤษนั่นแล
ต้นคิดในการตั้งชื่อสัตว์ด้วยภาษาละตินคือ Carl Linnaeus ชาวสวีเดน
Carl Linnaeus May 23 1707 – January 10, 1778
Carl Linnaeus อ้วนตุ๊นี่แหละครับเป็นผู้จัดสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าเป็น สกุล วงศ์ ตระกูล ต่างๆ โดยท่านเคยถึงกับพูดอย่างภูมิใจว่า "พระเจ้าทรงสร้าง แต่ลิเนียสจัดหมวดหมู่"
Carl Linnaeus ไม่เข้าใจว่าทำไมสัตว์ถึงดูเหมือนๆกัน เลยทึกทักเอาตามปราชญ์สมัยนั้นว่าสงสัยพระเจ้าสร้างมาแบบนี้ ต้องรออีกเกือบร้อยปีกว่า Charles Darwin จะค้นพบทฤษฏีวิวัฒนาการซึ่งพิสูจน์ว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเชื่อมโยงกันผ่านเวลาและบรรพบุรุษ
(เกร็ดเล็กๆ: Linnaeus เป็นคนแรกที่จัดคนกับลิงไว้ในหมวดเดียวกัน ซึ่งก็ทำให้ถูกนักปราชญ์ร่วมสมัยโมโหไม่น้อย)
พอมนุษย์ค้นพบซากฟอสซิลก็อยากใช้ระบบตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์เก๋ๆกับพวกมันบ้าง แต่สะดุดนิดหน่อยตรงที่ไม่มีชื่อภาษาอังกฤษดั้งเดิมให้แปลเป็นละตินเหมือนสัตว์ปัจจุบันอย่าง แมว หมา นักไดโนเสาร์วิทยาเลยหยวนๆตั้งชื่อกันเองโดยดูจากลักษณะเด่น ถิ่นที่ค้นพบ หรือบางทีก็บวมๆไปเลย อย่างเช่น ชื่อคนพบ หรือดาราที่ชื่นชม
Triceratops = เจ้าหน้าสามเขา
Qinlingosaurus ภาษาจีนว่า จินหลิงโอเซารัส = กิ้งก่าจากจินหลิง
Tyrannosaurus rex = ราชากิ้งก่าทรราชย์
Gasosaurus = กิ้งก่าแก๊ส เพราะบริษัทแก๊สเป็นผู้ค้นพบ =_='
Bambisaurus =กิ้งก่าแบมบี เด็กเจอแล้วอยากตั้งชื่อตามกวางในการ์ตูนดิสนีย์ แหม่ ตั้งตามชื่อผมก็ได้ เหอๆ
ที่มาของชื่อยุ่งยากวกวนก็เป็นฉะนี้แล ซึ่งชื่อสปีชีส์ทุกวันนี้ก็เพิ่มจนขึ้นหลัก 800 แล้วขอรับ
ถ้าลองมาจัดอันดับ ไดโนเสาร์ที่เป็นแชมป์ชื่อสปีชีส์ยาวสุดในปัจจุบันคือ
MICROPACHYCEPHALOSAURUS หรือ ไมโครพาชีเซฟาโลเซารัส = กิ้งก่าตัวเล็กหัวหนา น่าตั้งชือ่ไทยนะ สั้นดี
เจ้าของชื่อสั้นสุดเป็นไดโนเสาร์มองโกเลีย
Khaan หรือ ข่าน = ท่านข่าน! นั่นเอง ทำไมสั้นขนาดนี้ไม่รู้
เจ้าของชื่อที่ฟังแล้วภูมิใจสุดคือ
Siamosaurus = กิ้งก่าสยาม พบที่อิสานบ้านเฮานี่เองครับ ^_^
อย่าคิดว่าตั้งชื่อแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้นะครับ มีหลายกรณีที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ไดโนเสาร์ไปแล้วแต่ต้องเปลี่ยนอย่าง บรอนโตเซารัส ไอ้คอยาวที่เราเห็นบ่อยๆในโดราเอมอนตอนพิเศษเนี่ย ตอนหลังเขาพบว่ามันเป็นโครงกระดูกที่ไม่สมบูรณ์ของ อพาโตเซารัส เท่านั้น ชื่อบรอนโตเซารัสเลยต้องถูกถอนไปเหมือนดาวพลูโต
ไหนจะบางกรณีที่โครงกระดูกคล้ายคลึงจนนักวิทยาศาสตร์ตกลงกันไม่ได้อีกว่ามันเป็นพันธุ์เดียวกันหรือเปล่า ฉะนั้นถ้าเราอ่านหนังสือคนละปี หรือคนละผู้แต่งก็อาจทำให้การจัดหมวดหมู่ต่างกันได้ จริงๆแปะชื่อ Saurus ที่แปลว่าLizardก็ไม่ตรงกับความจริงแล้ว เพราะไดโนเสาร์ไม่ใช่Lizard แต่ถ้าเปลี่ยนคงยิ่งวุ่นวายน่าดู
อย่าว่าแต่ไดโนเสาร์เลย ขนาดเสือกับสิงโตถ้าเราเห็นแค่โครงกระดูกก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่าตัวไหนเป็นตัวไหน นกฮัมมิ่งเบิร์ดที่คิดกันมานานว่าวิวัฒนาการจากนกกลางวันเขาก็เพิ่งค้นพบด้วยหลักฐานทางพันธุกรรมว่ามาจากนกกลางคืนต่างหาก
สปีชีส์ จีนัสอาจทำให้เราจัดหมวดหมู่สัตว์ได้ง่าย แต่ต้องอย่าลืมว่าแต่เดิมมันเป็นศาสตร์ที่อาศัยตรรกะกับหลักฐานทางสรีระเพียงอย่างเดียว (ไอ้นี่ดูคล้ายกับไอ้นั่น) ซึ่งถึงมองโดยรวมอาจถูกต้อง แต่พอลงรายละเอียดแล้ว นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก็้ต้องอาศัยอ่านรหัสพันธุกรรมสัตว์และหลักฐานอื่นๆมาช่วยให้เราเห็นภาพของต้นไม้แห่งชีวิตที่สมบูรณ์มากขึ้น
มุมมองของมนุษย์ยังสร้างปัญหาเพิ่มอีกเวลาเราเห็น ปู กุ้ง โบราณ ที่ตัวโตจนเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่นั้นก็เพราะเราคุ้นเคยกับโลกซึ่งเจ้าพวกนี้มีขนาดเล็ก และสัตว์ร่วมแก๊งค์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างช้างมีขนาดมหึมาต่างหากละครับ จริงๆธรรมชาติไม่แคร์หรอกว่าเราคิดยังไง มันก็เป็นไปตามวิวัฒนาการและสภาพแวดล้อมเท่านั้นแหละ
อ๊ากก อาทิตย์หน้าต้องสอนอีกไหมเนี่ย แต่จะว่าไปก็สนุกเหมือนกันนะ เฮ้อ
SRC: Wikipedia
Dinosaur: the most complete, up-to-date encyclopedia for dinosaur lovers of all age
#1 By indybear on 2008-09-26 11:18