Revenge of the Evolutionist

posted on 22 Sep 2008 11:04 by repentant in History, Religion
 
2009 ปีหน้าก็จะครบรอบ 200 ปีวันเกิดชารลส์ ดาร์วิน และ 150 ปีการตีพิมพ์หนังสือ The Origin of Sepies ที่ว่าด้วยวิวัฒนาการและการคัดเลือกตามธรรมชาติแล้วนะครับ ในวาระยิ่งใหญ่นี้องค์กรวิทยาศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ชั้นแนวหน้าของโลกหลายแห่งถึงกับวางแผนเฉลิมฉลองกันล่วงหน้าตั้งแต่ปีนี้เลยทีเดียว
 

รูปดาร์วินตอนหนุ่มเหมาะกับบรรยากาศปาร์ตี้หน่อย
 
 แต่งานนี้เหมือนจะมีแขกแปลกหน้าเสียแล้ว นั่นคือ Church of England  หรือศาสนจักรอังกฤษที่ส่ง สาธุคุณ ดร. Malcolm Brown หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธู์ออกมาขอขมาที่เคยก่นด่าดาร์วินไว้เมื่อ 150 ปีก่อนเนื่องจากสมัยนั้นรับไม่ได้กับความจริงของทฤษฏีวิวัฒนาการว่ามนุษย์กับลิงร่วมเถาเหล่ากอเดียวกัน
 
(ย่อมาจาก http://www.cofe.anglican.org/darwin/malcolmbrown.html)
 
"จุดบกพร่องของโฮโมเซเปียนคือเราเป็นแค่มนุษย์ ฉะนั้นสถาบันต่างๆของมนุษย์ย่อมกระทำผิดพลาดได้ ต่อให้เป็นศาสนจักรก็เถอะ"
ท่านสาธุคุณเกริ่น
 
(เห็นด้วยเลยครับ ว่าแต่องค์สันตะปาปานิกายแคทอลิกเขามี Papal infallibility ที่ถือว่าหากใช้แล้วประโยคที่พูดจะกลายเป็นจริง 100% ไม่มีทางเป็นเท็จด้วยนี่นา อิอิ)
 
 "เมื่อมีความคิดยิ่งใหญ่ใหม่ๆปรากฏขึ้นมาเปลี่ยนวิธีที่เราใช้มองโลก มันก็ไม่แปลกหากจะต้องมีการต่อต้านจากความคิดเดิมๆ ซึ่งศาสนจักรก็ผิดพลาดไปครั้งหนึ่่งแล้วกับกาลิเลโอ และอีกคราวในยุค 1860 กับทฤษฏีการคัดเลือกธรรมชาติของดาร์วิน
 
สิ่งที่ดาร์วินค้นพบไม่มีอะไรขัดแย้งกับคำสอนของคริสตศาสนา พระเยซูเองก็บอกผู้เชื่อฟังท่านให้เข้าใจพระเจ้าผ่านการศึกษาโลกรอบตัว ไม่มีความขัดแย้งระหว่างศาสนากับวิทยาศาสตร์ในสายตานักบุญหลายท่านเพราะมันต่างเป็นการค้นพบความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้าทั้งนั้น ชาวคริสต์ที่มีเหตุผลจะเข้าใจว่าคัมภีร์ไบเบิลมีไว้เพื่อให้รอดจากบาป ไม่ใช่อธิบายปรากฏการณ์อื่นๆในโลก"
 
อืมม ดาร์วินเองคงไม่ค่อยเห็นด้วยกับประโยคนี้เท่าไหร่เพราะศรัทธาของท่านถูกทำลายด้วยแมลง ที่สำคัญถ้าลอกเปลือกศาสนาออกสักหน่อยเราก็จะพบความขัดแย้งแน่ๆ ขนาดบาทหลวงแคทอลิก/หัวหน้านักวิทยาศาสตร์แห่งวาติกันอย่างจอร์จ คอยน์ยังบอกเลยว่า "ถ้าเราเอาสิ่งที่วิทยาศาสตร์ค้นพบมาวิเคราะห์กันจริงๆแล้ว การเชื่อในพระเจ้าที่มีแต่ความดีและรู้เจนจบมันออกเป็นเรื่องยากสักหน่อย"
 
ประเด็นนี้ไว้วันหลังจะมาเล่าให้ฟังนะครับ ^_^
 
แต่ท่านสาธุคุณคิดได้แบบนี้ก็น่าชื่นชมแล้ว แถมยังชี้ประเด็นสำคัญที่ว่าคัมภีร์ศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาไหนๆก็ไม่ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ ความพยายามยัดความเชื่อกับวิทยาศาสตร์ไว้ในกล่องเดียวกันเกิดจากความปรารถนาของมนุษย์ที่อยากให้ศรัทธาอธิบายได้ทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ต้องดิ้นรนค้นคว้า
 
"มันไม่ใช่เรื่องยาก หากจะคิดว่าที่คนยุคนั้นต่อต้านดาร์วินก็เพราะความขยะแขยงทางอารมณ์เมื่อรู้ว่าตนกับลิงมีบรรพบุรุษร่วมกัน มากกว่าจะด้วยเหตุผลที่มาจากการคิดวิเคราะห์ด้วยปัญญาแล้ว"
 
ชารลส์ ดาร์วิน  200 ปีหลังจากคุณเกิดมา ศาสนจักรอังกฤษต้องขออภัยที่เข้าใจคุณผิด และชักนำผู้อื่นให้มองคุณผิดๆ ทุกวันนี้เราเข้าใจแล้วว่าศาสนาที่ดีจะต้องกลมเกลียวกับวิทยาศาสตร์ด้วย"
 
ท่าน สาธุคุณบราวน์สรุปปิดท้ายอย่างจ๋อยๆ นี่ยังไม่ใช่คำขอโทษอย่างเป็นทางการแต่ศาสนจักรอังกฤษก็หวังว่าลูกหลานดาร์วินจะหายงอนไปได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งดูแล้วท่าทางไม่หายสักเท่าไหร่เพราะมีเหลนคนหนึ่งออกมาตอบว่าสายไปแล้วเน้อท่านเอ๋ย
 
...
 
สาธุ ราเมนครับ ว่าแต่ศาสนจักรกับการขอขมานักวิทยาศาสตร์ที่ตายไปแล้วนี่มันอะไรกันหนักหนาน้า :p
 
ปล. อ่านข่าวนี้ผมยิ่งสงสารดาร์วินแฮะ เอมมา ภรรยาท่านเป็นคนเคร่งศาสนามากและระแคะระคายความไม่มีศรัทธาของดาร์วินมาหลายปีแล้ว นางจึงกลัวว่าหากสามีตีพิมพ์ทฤษฏีที่ขัดคำสอนหลักศาสนจักรขึ้นมาจริงๆจะทำให้เขาต้องตกนรกหมดโอกาสรักกันอีกเมื่อขึ้นสวรรค์
 
ความเห็นใจคู่ชีวิตนี่แหละ เป็นสาเหตุหนึ่งให้ดาร์วินต้องนั่งทับทฤษฏีอยู่หลายต่อหลายปีอย่างแสนอึดอัด
 

Comment

Comment:

Tweet

14. ถั้าดูบันทึกส่วนตัวแล้ว ดาร์วินหลายจุดแรงกว่าดอว์กิ้นส์อีกนาครับ อิอิ

15. นี่แหละน้อ ผมถึงชอบคำอธิบายว่ารักในแบบพุทธที่สุดเลย ขอบพระคุณมากครับ big smile

#16 By Repentant on 2008-09-23 21:58

เรื่องง้วนดินนี่ ความจริงจัดอยู่ในเรื่อง อจินไตย ครับ คือ เรื่องของโลก ท่านแนะว่า อย่าไปคิด คิดแล้วบ้า คิดแล้วก็ไม่ได้บรรลุมรรคผลอะไร แต่คนมันก็ชอบคิดละครับ ท่านถึงแสดงไว้ ทำนอง รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม เอาไว้ตอบเดียร์ถีย์ว่า ในศาสนาของท่าน มีความเห็นเรื่องนี้เช่นไร

หรือ สำหรับคนที่มีความเชื่อ ศรัทธาในพระเจ้า อย่างเหนียวแน่น เช่นข้าพเจ้า จักทำลายความเชื่อนั้นได้ มิใช่เรื่องง่าย เนื่องจากถูกสั่งสอน ฝังหัวมาแต่เด็ก

ได้ยินมานานแล้วครับว่า ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่เลิศที่สุดในโลก แต่ก็ไม่เคยเชื่อครับ จนได้เข้ามาศึกษาอย่างจริงจัง ส่วนที่ทำลายความเชื่องมงายได้อย่างเด็ดขาด คือ "มิลินทปัญหา" ครับ ในนั้นมีเรื่องสัพเพเหรกเท่าที่คนจะสรรหาคิดกันได้เลยครับ มีแม้กระทั่งเรื่องสัณฐานของพระคุยหะ(จู๋) ของพระพุทธเจ้า เพราะมีการกล่าวถึงในตำรามหาสัปปุริสลักษณะ ๘๐ ประการ

ทุกปัญหานั่น พระนาคเสน ตอบไว้ได้อย่างล้ำลึก เหลือจะประมาณเลยครับ เป็นคำตอบที่อ่านแล้วอึ้ง เถียงไม่ออก ทั้งยังอุปมาเปรียบเทียบแต่ละกรณีไว้ เป็นหลายตัวอย่างด้วย

เคยสงสัยครับที่เขาเขียนว่า พระศาสดาของศาสนาหนึ่ง ประสูติจากหญิงสาวพรหมจารีย์ จริงหรือ?

จริงไม่จริง คงไม่สามารถพิสูจน์ได้ เพราะไม่ได้ไปทำคลอดให้ท่าน แต่ลองค้นดูในมิลินทปัญหาครับ ปรากฏว่า มีถึง ๓ กรณี ที่เด็กเกิดโดยไม่ต้องมีเพศสัมพันธ์

เรื่องการเดินบนน้ำ ในทะเล ท่ามกลางพายุ ก็สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ด้วยกำลังของ "อภิญญาสมาบัติ"

แล้วสุดท้ายถามว่าท่านเป็นใคร ก็ตอบได้ง่าย ๆ อีกครับว่า เป็นพระโพธิสัตว์ เช่นเดียวกับ เจ้าแม่กวนอิม หรือ เทพองค์อื่น ๆ

ขณะที่หลักคำสอน หลักธรรมของศาสนา อธิบายศาสนาพุทธไม่ได้เลยครับว่า ทำไมพิจารณาขันธ์ ๕ แล้วจึงหมดกิเลส จึงเป็นพระอรหันต์

บูชา "ความรัก" แล้ว "ความรัก" มันทำให้หมดกิเลสได้อย่างไร

บูชา "ความเชื่อ" แล้ว "ความเชื่อ" มันทำลายกิเลสได้อย่างไร

แต่หวนย้อนคิด เอาหลักธรรมเรื่องความรักนั่นแหละ ว่าศาสนาพุทธ พูดถึง "ความรัก" ไว้ว่าอย่างไร

ศาสนาพุทธพูดถึง "ความรัก" ในแง่ของ พรหมวิหาร ๔ ครับ เมตตา คือ ความรัก กรุณา คือ ความสงสาร มุทิตา คือ การพลอยยินดี อุเบกขา คือ การปล่อยวาง

เอ๊ะ...๓ ตัวท้าย หายไปไหน ทำไมมีแค่ "ความรัก" เพียงอย่างเดียว

แล้วรักกันหัวปักหัวปำ ก็ไม่ได้มีความสุขเที่ยงแท้ครับ เพราะความรัก ก็เป็นสิ่งไม่เที่ยง ไปยึดของไม่เที่ยงก็เป็นทุกข์ซีครับ

"ความรัก" ในศาสนาพุทธ ยังกรองสิ่งที่เรียกว่า "อุปาทาน" ทิ้งเสียด้วย

"อุปาทาน" คือ การยึดว่า นี่เป็นของเรา

ยกตัวอย่างเช่น ความรัก ทั่ว ๆ ไป ก็จะยึดว่า นี่คือ แฟน "ของเรา" คำว่า เมตตา หรือ ความรัก ในศาสนาพุทธ กรองเอาคำว่า "ของเรา" ที่ต่อท้ายทิ้งไปครับ

เหลือแค่ว่า "รัก" เพราะเขาเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย กับเรา ถ้าความรัก มันเหลืออยู่แค่นี้ จะเอาตรงไหนไปทุกข์ละครับ

อ๊ะ...ยาวจนขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ได้เลยนะเนี่ยะ

ที่ไม่อยากขึ้นเอ็นทรี่ใหม่ เพราะไม่อยากประกาศศึกกับศาสนาเดิมของตัวเองนั่นละครับ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#15 By Dhammasarokikku on 2008-09-23 15:42

เป็นถึงเจ้าของทฤษฎีที่ล้มกระดานศรัทธาของโลกขนาดนี้ แต่กลับเป็นคนที่เรียบร้อย นิ่งๆ ไม่แรงแบบริชาร์ด ดอว์กิ้นเลยนะครับ... คุณดาร์วินของเรา ผมชอบเขาตรงจุดนี้แหละ Hot!

#14 By Kasidej on 2008-09-23 13:03

1. ขอบพระคุณคร้าบ
2. ตามคุณหมอข้างล่างว่าแหละครับ เขาต้องให้อภัยดาร์วินเซ่ ไม่งั้นบาป 555
3. แหม่ ก็ขอโทษช้าเสียขนาดนี้
4. ถูก!
5. เขาคิดว่าถ้าคนฟังรู้สึกว่าไม่สายก็โอแล้วมั้ง
6. พี่พูดถูกเลยว่าบางทีปล่อยเป็นเรื่องนานาจิตตังดีกว่า แต่ผมว่าปัญหามันอยู่ที่การเชื่อสิ่งที่ขัดแย้งกับความจริงมากๆ มันก็เปิดช่องให้เราทำอะไรบ้าๆได้น่ะครับ

ศรัทธาเรื่องเหนือธรรมชาติแตกต่างกันได้ แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติมันควรตรงกันก่อนนา
7. อิอิ
8. จะพยายามไม่เล่นบ่อยละกันครับ แหะๆ
9. เจออย่างนี้ก็ลำบากหน่อยเนาะ
10. ก็ว่าในเอ็มละกันเน้อ ไวน์
11. ^____________^
12. อ่า คือผมไม่ได้พูดถึงประเด็นบังคับไม่บังคับน่ะครับ แค่บอกว่าตำราศาสนาเอามาอธิบายวิทยาศาสตร์ ประวะติศาสตร์ทุกอย่างไม่ได้ เหมือนกับที่พุทธพูดเรื่อง้วนดินก็ไม่ได้หมายความว่านั่นจะใช้เป็นทฤษฏีกำเนิดชีวิตบนโลก อย่างมากก็แค่คล้ายกันในบางส่วนแต่จะให้ลงไปในรายละเอียดก็ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์อยู่ดี

แต่เสน่ห์ของพุทธก็อยู่ที่ตัวกรองจับเลรื่องมีเหตุผลกับไร้เหตุผลอย่างหลวงพี่ว่าละครับ

_/\_big smile

#13 By Repentant on 2008-09-22 22:23

ไม่ว่าจะศาสนาไหนๆก็ไม่ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ ความพยายามยัดความเชื่อกับวิทยาศาสตร์ไว้ในกล่องเดียวกันเกิดจากความปรารถนา ของมนุษย์ที่อยากให้ศรัทธาอธิบายได้ทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ต้องดิ้นรนค้นคว้า

ไม่จริ๊ง...ไม่จริงครับ มีศาสนาหนึ่งไม่เห็นพยายามยัดเยียดความเชื่ออะไรเลยครับ แถมนิยมให้นำสิ่งที่พระศาสดาพูด ไปพิสูจน์ให้เห็นจริงก่อนด้วยครับ แล้วค่อยเชื่อ

และด้วยอิสระเสรีที่ไม่ยัดเยียดความเชื่อนี่แล ทำให้คนนับถือส่วนหนึ่ง ไม่ศึกษาเอาเสียเลย

พอไปถูกศาสนาอื่นบังคับ มีข้อบังคับ ให้ไปร่วมพิธีกรรม ก็กลายเป็นรู้สึกว่า ศาสนาอื่นดี ทั้งที่ไม่เคยศึกษาศาสนาเดิมของตนให้ถ่องแท้เลย

น่าเสียดายจริง ๆ ครับ

เจริญยิ่งในธรรม ฯ

#12 By Dhammasarokikku on 2008-09-22 21:17

จุดบกพร่องของโฮโมเซเปียนคือเราเป็นแค่มนุษย์ ซึ่งทั้งคนและสถาบันต่างก็ทำผิดพลาดได้ ต่อให้เป็นศาสนจักรก็เถอะ

ชอบค่ะ cry

#11 By Bluemoon on 2008-09-22 19:04

อ่า.. ยังดีที่ Church of England ยังออกมาพูดแบบนี้

แต่ถ้าพูดเรื่องที่ศรัทธาของดาร์วิน ล้มหายไปจากการศึกษาแมลงนั่นล่ะก็

ถ้าพูดตามความเชื่อของนักบุญโธมัส (ที่หยิบเอาของอริสโตเติลมาอีกที) ก็พอจะอธิบายได้อยู่นะ...

#10 By Lagnadan on 2008-09-22 17:55

เอ่อ โอสที่บ้านเขาก็บอกว่า ไม่จริง... ไบเบิ้ลต่างหาก


= =''

แต่ก็ขอบคุณฮะที่เอามาเล่าสู่กันฟัง ^^Hot! Hot!
เล่นเรื่องศาสนาอีกแล้ว cry

เข้าใจว่ายุคนั้นคงต้องต่อต้านล่ะค่ะ ก็สภาพการณ์บ้านเมืองในยุคนั้นมันจะไปคิดขัดแย้งกับความเชื่อที่มีมาเป็นพันๆ ปี คงอยู่ยาก
เดี๋ยวอีก 2-3ร้อยปี ก็จะออกมาขอโทษ

คนค้นพบอนุภาคฮิกค์(อนุภาคพระเจ้า เค้าว่างั้น)
คนค้นพบวิธีสร้างสิ่งมีชีวิตแรกเริ่ม
คนค้นพบวิธีเดินทางไปนอกกาแลคชี่

ที่สำคัญ ต้องให้คนค้นพบตายไปก่อนนะ open-mounthed smile

#7 By Demigod on 2008-09-22 14:59

เคยอ่าน NG Thailand
ได้ทำโพลสอบถามชาวอเมริกันเอง
พบว่า มีคนเชื่อทฤษฏีวิวัฒนาการเพียง 40% ครับ
ที่เหลือไม่เชื่อ เพราะขัดแย้งกับไบเบิ้ล (ที่ว่าพระเจ้าสร้างมนุษย์
โดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวกับการวิวัฒนาการใดๆทั้งสิ้น!)

ขนาดยุคนี้แล้วนะครับเนี่ย
ไม่ใช่ยุค 100-200 ปีก่อนด้วยซ้ำ

ดังนั้น .. ปล่อยให้เรื่องนี้ เป็นนาๆจิตตังไปดีกว่าครับ
เรื่องความเชื่อ เถียงกันนาน ไม่จบไม่สิ้น
และบางทีก็อาจจะไม่ผิดไม่ถูก ..

ความจริงมันอยู่แค่ปัจจุบันน่ะครับ แถมปัจจุบันก็อาจจะไม่มีอยู่จริงซะด้วย
แม้โลกแห่งแบบไม่มีอยู่จริงให้สัมผัสได้
แต่ผมก็เชื่ออย่างเพลงโต้น่ะ ว่ามันมี ^-^
(ปล.ไหงมาจบด้วยเพลโต้เนี่ย -_-')
ผมก็ว่าสายไปครับ
มาบอกมากล่าวกันตอนนี้
คนที่ตายไปเค้าก็ไม่รับรู้เรื่องอะไรด้วยแล้ว

ศาสนจักรพยายามสร้างภาพให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เสียผู้นับถือไป

#5 By yium on 2008-09-22 14:38

เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์มนุษย์อย่างแท้จริงconfused smile

#4 By Eddalion on 2008-09-22 14:00

การไม่ให้อภัยก็คือบาปอย่างนึงในศาสนาคริสต์ด้วยนะครับsad smile

#3 By on 2008-09-22 13:24

ถึงดาร์วินจะผิด ผมก็ไม่เชื่อหลายอย่างที่ศาสนจักรสอนเหมือนกัน แต่ไม่ขอพูดในที่นี่ดีกว่าครับ...
รู้แต่....
ศาสนจักรเล่นงี้เลยเรอะ?? ขอโทษก็จบแล้ว?
คราวที่เผา โจนส์ ออฟอาร์ค ก็มายกให้เขาเป้นนักบุญทีหลัง...ดูแล้วอนาถอ่ะ

#2 By Shuu Exteen on 2008-09-22 13:18

เอ่ออ.. มีงี้ด้วย เคยอ่านประวัติของดาร์วินเหมือนกันนะ ที่มันเป็นการ์ตูนรวมประวัตินักวิทยาศาสตร์น่ะ แต่ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย

บล็อคนี้มีความรู้ดีๆมาให้เสมอเลยจ้า

รับไปซะ Hot! อิอิbig smile

#1 By ๏Chill Out๚ะ๛ on 2008-09-22 12:54