เมื่อคืนขณะเสวนา MSN กับสหายคนหนึ่งเรื่องสัพเพเหระ อยู่ๆบทสนทนาของเราก็กลายพันธุ์เป็นเรื่องวิวัฒนาการเสียเฉยๆ แถมที่พูดกันยังหัวข้อเกี่ยวกับการกลายพันธุ์เสียด้วยสิ
เขาบอกประมาณว่าถ้าเราจับเจ้าจ๋อมานั่งหน้าแป้มพิมพ์แล้วปล่อยมันเคาะคีย์บอร์ดไปเรื่อยๆ ต่อให้มันพิมพ์มั่วซั่วแค่ไหนก็จะต้องมีสักวันที่ตัวอักษรบนจอเรียงกันเป็นนิยายซีไรท์อย่างพันธุ์หมาบ้า หรือเจ้าหงิญได้แน่นอน...เช่นเดียวกับวิวัฒนาการที่สิ่งมีชีวิตจะกลายพันธุ์รหัสพันธุกรรมอย่างสุ่มจากรุ่นสู่รุ่น (เราเลยไม่ใช่โคลนเป๊ะๆของพ่อแม่ไงครับ) ซึ่งเมื่อบวกเวลาไปแล้วการสุ่มนี้น่าจะเนรมิตสิ่งมีชีวิตได้ทุกรูปแบบ เช่นเดียวกับลิงละเลงแป้นพิมพ์จนเป็นซีไรท์นั่นเอง
ความเป็นไปได้ 0.000000000000000000000000001% ก็เท่ากับ 100% ได้หากมีเวลาเพียงพอ
ทั้งหมดนี้เกือบถูก แต่ก็ยังผิดไปประเด็นนึง! นั่นคือหากว่าเครื่องพิมพ์เจ้ากรรมมันดันพังก่อนคุณจ๋อจะเขียนนิยายสำเร็จล่ะ? เช่นเดียวกับที่จักรวาลอาจหมดอายุขัย มอดดับไปด้วยเอนโทรปีก่อนกลายพันธุ์สุ่มจะทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นได้
ถึงบอกว่าเอกภพเกิดแล้วดับๆเป็นวัฏจักรก็เถอะ(ซึ่งก็ยังเป็นทฤษฏี) ถ้าเวลาที่ใช้มันเกินกว่าชีวิตจักรวาล เหตุการณ์ความเป็นไปได้ของเรา 0.000000000000000000000000001% ก็กลายเป็น 0% ในทันที
เหมือนต้องมีกลไกทรงพลังอีกชิ้นมาช่วยพลิกความน่าจะเป็นให้เป็นความแน่นอนเลยนะครับว่าไหม? อะไรสักอย่างที่ทำให้การสุ่มเหมือนไม่สุ่ม
คำตอบคือการคัดเลือกทางธรรมชาติ Natural selection นั่นเอง
เพื่อสาธิตว่าอำนาจของการเลือกนั้นมหาศาลขนาดไหน ผมขอยกโปรแกรมที่ท่าน ศจ. Richard Dawkins เขียนขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อนมาสาธิตให้ดูโดยใช้ตัวอย่างลิงกับแป้นพิมพ์ตอนต้น
(หมายเหตุ: โปรแกรมนี้ไม่ด้จำลองวิวัฒนาการนะครับ มันแค่แสดงพลังของ Selection ที่ช่วยพลิกความน่าจะเป็นใกล้ 0 จนเป็น 0 ให้กลับมาเกิดขึ้นได้)
สมมติว่าผมใจดีไม่ต้องให้เจ้าจ๋อของเราเขียนนิยายน้าชาติ กอบ ได้สักเล่มหรอก เอาแค่ประโยคง่ายๆอย่าง
"why so serious" ก็พอ
ลองใช้หลักความน่าจะเป็นคำนวณดูว่าหากให้เจ้าจ๋อพิมพ์ไปสุ่มๆ เมื่อไหร่ประโยคอมตะของลุงโจ๊กเกอร์จะโผล่ขึ้นมา
อักษรอังกฤษมี 26 ตัว why so serious มีทั้งหมด 12 ตัวอักษร ฉะนั้นโอกาสเกิดจึงเท่ากับ 27 (สำหรับแต่ละอักษรในภาษาอังกฤษ+ที่ว่างเว้นวรรค)ยกกำลัง 12 (ตามความยาวประโยค) หรือ 1 ใน 150,094,635,296,999,121 ครั้ง!! หรือประมาณ 4 พันกว่าล้านปี!หากเราคิดว่ามันพิมพ์ดีดด้วยความเร็วประมาณ 12 ตัวอักษรต่อวินาที
ไม่ต้องให้พูดเลยว่าต้องให้จักรวาลแตกดับกี่รอบ ลิงของเราปั้นหน้าซีเรียสกี่ที นิยายทั้งเล่มอย่างพันธุ์หมาบ้าถึงโผล่มาบนจอ ซึ่งนี่เป็นคำค้านคลาสสิกของพวกต้านวิวัฒนาการเลยทีเดียวเชียว
แต่ถ้าหากมีพลังของ selection มาช่วยล่ะ? สมมติว่าทุกครั้งที่ลิงพิมพ์สุ่ม ตัวอักษรซึ่งตรงกับในประโยค why so serious จะถูกคัดเลือกไว้ ส่วนตัวอื่นๆก็ถูกสุ่มต่อไป
คิดว่าสักกี่ทีครับ? มาลองรันดูดีกว่า ^_^
ตั้งเป้าหมายว่า why so serious แล้วเริ่มสุ่ม
0: eystutmvw urfa
1: kxotlvjglqjllz
2: tpqtvqcetzmesp
3: sxrsagshpquedr
4: ucdlwsgd vopnp
5: jfmklcsesirstn
6: pg zeeyrfyvzrs
7: njfsuasejnufqs
8: bujautgpujunms
9: smdbqknannpehs
10: woeywxadkonpls
รุ่นที่10แล้ว ประโยคของเรายังดูมั่วๆอยู่เลย แต่ w ตอนต้นกับ s ได้ถูกเลือกไว้แล้ว
20: whybiu sewiows
รุ่นที่ 20 ได้วายบุย ซีว้อย ชื่อคล้ายๆดาราเกาหลี โดยรวมใกล้เป้าหมายไปอีกหน่อย
30: whyvcd serious
รุ่นที่ 30 ได้คำว่า serious แล้วครับ! why ยังไม่แยกกัน
40: why mm serious
รุ่นที่ 40 วาย มึม ซีเรียส ยังก๊ะพากษ์ไทย
50: why mo serious
อีกนิดเดียว
67: why so serious
ได้แล้วครับ ภายใน 67 ครั้งเท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับ 150,094,635,296,999,121 ครั้งเมื่อขาดการคัดเลือกก็จะเห็นว่าต่างกันมหาศาล
นี่แหละครับพลังของ Selection ยอดเกจิแทงหวยซึ่งท่านชารลส์ ดาร์วินและอัลเฟรด รัสเซล วอลเลส เป็นผู้ค้นพบ
ถ้าท่านลองใหม่อีกรอบอาจได้ 77 ครั้ง หรือ 37 ครั้งกว่าจะเป็นประโยคที่ต้องการ ซึ่งตรงนี้มันทำให้เราคิดได้เหมือนกันนะว่าถ้าย้อนเทปชีวิตใหม่อีกทีมนุษย์อาจไม่ได้มาย่ำพิภพด้วยซ้ำ
แต่ไหนๆก็เกิดมาทั้งที why so serious?
อรุณสวัสดิ์ครับ ^_^
ปล. ได้ไอเดียจากคุณหมอ ผมเลยเอาประโยคใน Hamlet Act 2, scene 2, 603–605
"the play is the thing wherein i will catch the conscience of the king" ซึ่งแปลว่า
"ด้วยละครนี้หนา ข้าจะถามหาจิตวิญญาแห่งราชันย์" ตามท้องเรื่องแฮมเล็ตกำลังจะใช้ละครเพื่อหลอกให้เจ้าอาหลุดความจริงออกมาว่าลอบสังหารพระบิดาของแฮมเล็ตจริงหรือไม่
ปรากฏว่าก็ได้ภายใน 127 ครั้งขอรับ เรียกได้ว่าแปบเดียวเท่านั้นเอง
#1 By Yashima on 2008-09-17 10:45