เมื่อ100 -200 ปีก่อนสมัยยังไม่มีสาขาธรรมชาติวิทยาอย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัย นักศึกษาธรรมชาติส่วนใหญ่มักเป็นบาทหลวงตามชนบทที่มีเวลาว่างมากและเชื่อว่าศาสตร์การศึกษากลไกทำงานของสิ่งมีชีวิต หรือ Natural Theologyเป็นวิธีบูชาพระผู้เป็นเจ้าอีกแบบหนึ่ง
 
เรื่องการใช้เวลาว่างของนักบวชในลักษณะนี้ ผมว่าไทยเองก็ใช่ย่อยเพราะบันทึกของจอห์น บาวริ่ง เขียนไว้เหมือนกันว่าพระสงฆ์กรุงสยามชอบใช้เวลาว่างนั่งตรึกสูตรเลขคณิตต่างๆ แต่เดี่ยวนี้คงถูกแปลงเพี้ยนไปเป็นตำราหวยใบ้หวยหมดแล้ว ไม่เหมือนอย่าง เกรเกอร์ เมนเดล บาทหลวงออสเตรียที่พบกฏการถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งต่อมาถูกประกอบเข้ากับกฏการคัดเลือกธรรมชาติของดาร์วินได้แนบสนิท
 

Charles Darwin
 
ตัวชารลส์ ดาร์วินเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าจะมาเอาดีอาชีพบาทหลวงชนบทท่านเลยเข้าเรียนศาสนศาสตร์ที่ออกซ์ฟอร์ดจนเกือบจบ แต่แล้วการได้เดินทางรอบโลกนานห้าปีและเหตุพลิกผันหลายอย่างในชีวิตก็ช่วยเปิดวิสัยทัศน์จนนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกท่านนี้ห่างเหินกับความศรัทธาในพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งบั้นปลายชีวิตดาร์วินก็กลายเป็น Agnostic ที่ปฏิเสธความศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์ทางศาสนา
 
ก็นับว่าตลกร้ายอยู่เหมือนกันที่การศึกษาธรรมชาติตามแบบ Natural Theologyนี่แหละที่มีส่วนทำลายศรัทธาของดาร์วิน โดยเฉพาะแมลงตัวหนึ่งซึ่งทำให้เขาเลิกเชื่อว่าพระผู้สร้างที่เมตตามีอยู่จริง
 
มันคือต่อในตระกูล Ichneumonoidea นั่นเอง
 
 
สาเหตุที่ทำให้สุภาพบุรุษวิคตอเรียนอย่างดาร์วินต้องสะเทือนขวัญก็คือพฤติกรรมสืบพันธุ์ของแมลงตระกูลนี้...ต่อตัวเมียไม่วางไข่กับขอนไม้แต่จะบินเสาะหาตัวบุ้งหรือแมลงเล็กๆที่ขนาดเล็กเหมาะเจาะ จากนั้นโถมเข้าจู่โจมอย่างเฉียบพลันแล้วฉีดสารคล้ายยาชาเข้าร่าง เมื่อเห็นว่าเหยื่อหมดทางขัดขืนมันจะใช้เข็มปักเข้าไปในตัวเหยื่อเพื่อฝังไข่เข้าไปในร่างทีละฟองๆ
 
ความทรมานเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง
 
หนอนตัวอ่อนที่หิวโหยจะฟักออกมาในร่างเหยื่อแล้วเริ่มฉีกทิ้งเนื้อจากข้างในทีละนิดๆเป็นอาหาร ปรสิตจะเลือกกินอวัยวะไม่สำคัญก่อนส่วนอื่นๆของร่างกาย กระบวนการโหดเหี้ยมนี้ทำให้หนอนบุ้งหรือตัวเพลี้ยโชคร้ายมีชีวิตอย่างทรมานอยู่นานจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนตัวอ่อนต่อจะไชทะลุผิวหนังภายนอกแล้วค่อยทิ้งร่างเหยื่อไป
 
บรื๋อออ เหมือน Alien ในหนังไม่มีผิด
 
วิถีอันโหดร้ายนี้ทำให้ดาร์วินจึงเขียนไว้ในจดหมายถึง Asa Gray นักธรรมชาติวิทยาชาวอเมริกันว่า
 
"I cannot persuade myself that a beneficent and omnipotent God would have designedly created the Ichneumonidae with the express intention of their feeding within the living bodies of Caterpillars, or that a cat should play with mice."
 
"ข้าพเจ้าไม่อาจทำให้ตัวเองเชื่อได้ว่าพระเจ้าที่ทรงพลานุภาพและความดีจะออกแบบ Ichneumonidae มาเพื่อให้กัดกินร่างกายตัวบุ้งทั้งเป็น หรือออกแบบแมวให้เล่นกับหนูก่อนจะฆ่า"
 
  ธรรมชาติที่ภายนอกดูสวยงามนั้นแท้จริงขับเคลื่อนด้วยเฟืองจักรอันโหดร้าย กระนั้นดาร์วินเองก็รู้เช่นกันว่ามีมส์ทางความรู้สึกที่เรียกว่าความรัก ความอาทรซึ่งวิวัฒนาการมาพร้อมกับสังคมมนุษย์นี่แหละเป็นเส้นแบ่งบางๆกั้นระหว่างมนุษย์กับความโหดร้ายของพงไพร
 
ท่านจึงเขียนไว้ใน The Descent of Man ว่า
"The aid which we feel impelled to give to the helpless is mainly an incidental result of the instinct of sympathy, which was originally acquired as part of the social instincts, but subsequently rendered, in the manner previously indicated, more tender and more widely diffused. Nor could we check our sympathy, even at the urging of hard reason, without deterioration in the noblest part of our nature." 
สรุปง่ายๆคือ
 "มนุษย์สามารถวิวัฒนาการสิ่งสูงส่งที่สุดของเผ่าพันธุ์คือความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นมาได้ ฉะนั้นหากเราละทิ้งความเมตตากรุณาไปก็เท่ากับได้ละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปพร้อมกันด้วยเช่นกัน"
 
แต่จะคิดอย่างดาร์วิน...เราก็ต้องเลิกคิดว่ามีแต่มนุษย์นั้นพิเศษหนือธรรมชาติ ถูกสร้างมายิ่งใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตใดๆบนดาวเคราะห์ดวงนี้ด้วยละเน้อ

Comment

Comment:

Tweet

อ๋า!!!

ธรรมชาติก็เป็นอย่างนี้

สวยงาม แต่ก็โหดร้าย Hot! Hot!

#43 By Northstream on 2008-09-08 18:38

มีตัวอย่างน่าสยองขวัญทำนองแบบนี้มากมายในธรรมชาติฮับ

ที่เค้าบอกว่า ธรรมชาตินั้นโหดร้าย คงจะไม่เกินเลยไปนัก
...มนุษย์ที่ตระหนักในความโชคร้ายของตัวเอง หากหันมองธรรมชาติแล้วนั่งพิจารณาดีๆ ก็อาจจะรู้สึกว่าเราช่างโชคดีก็เป็นได้

#42 By DDP on 2008-09-07 20:19


"มนุษย์สามารถวิวัฒนาการสิ่งสูงส่งที่สุดของเผ่าพันธุ์คือความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นมาได้ ฉะนั้นหากเราละทิ้งความเมตตากรุณาไปก็เท่ากับได้ละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปพร้อมกันด้วยเช่นกัน"


^
^
เห็นด้วยครับ

จากที่เมื่อก่อนคิดแค่ว่ามนุษย์แตกต่างจากสัตว์

เพราะรู้จัก"หัวเราะ"open-mounthed smile


Hot! Hot!
อันว่าวัฐจักรตามธรรมชาติ ผมว่า
มันคงมีความลงตัวพอสมควรแหละ ไม่งั้น มันก็คงล่มไปนานแล้ว...(แต่ก็ยังดูสยองๆ เหมือนกันนะ)

แต่...มนุษย์ มีความพิเศษตรงไหน...
แค่ยุงตัวเล็กๆ ยังฆ่าคนตายได้เลย...เนอะ

#40 By ซับบาธ... on 2008-09-06 14:54

มนุษย์เป็นแค่สัตว์ชนิดหนึ่งเท่านั้นล่ะครับ
ไอ้ของที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์นั่น มันเป็นแค่พฤติกรรมที่ช่วยให้การอยู่ร่วมเป็นสังคมดำเนินไปด้วยดีเท่านั้นเอง
^
ถ้าผมอยู่ในโหมดวิทยาศาสตร์จ๋า ความคิดต่อมนุษย์ก็ออกมาแบบนี้ล่ะครับ
ปล.ก็น่าคิดถึงเอเลี่ยนอยู่ ผมเคยอ่านมาว่าการออกแบบเอเลี่ยนเลียนแบบแมลงมาครับ ดูสิ มีทั้งmetamorphosis, ectoskeleton แถมยังมีqueenด้วยนะquestion

#39 By คุณแมว_OVA on 2008-09-06 11:49

28,29,30 ขอบคุณมากครับ Hot! พวกท่านต่างหากที่เจ๋ง
31. ไม่เป็นไรครับ มนุษย์เราเห็นต่างกันได้ ^_^
32. ไว้จะเขียนสัตว์ซอมบี้ต่อละกันครับ
33-37. ^_^ ขอบคุณครับ Add feed แล้วรับเค้กฟรีนาาา

#38 By Repentant on 2008-09-06 10:39

นึกถึงตัวต่อกลายพันธุ์ใน Happy People ขึ้นมาเลยแฮะ sad smile Hot!

#37 By blade on 2008-09-06 09:03

จริงสินะ..

นี่แหละคือ ความโหดร้ายของธรรมชาติ

ปล.Hot! Hot! Hot!
น่าคิดจริงๆ
ขอแอ็ดนะครับ Hot!

#35 By Ryuo WiZ@rD on 2008-09-06 06:47

Hot! ได้ทั้งความรู้แล้วแนวคิดการเป็นมนุษย์เลย ^^

#34 By Lily Pixel on 2008-09-06 05:04

ชอบประโยคทิ้งท้ายมากๆเลยครับ

#33 By Eitchiko on 2008-09-06 00:01

เรื่องแมลงนี่

ก็เป็นเรื่องทั่วๆไปที่เกิดขึ้นเสมอเมื่อสิ่งมีชีวิต
มีความสัมพันธ์ระหว่าง โฮส กับ ปรสิต

#32 By PoY on 2008-09-05 23:45

ขออภัยที่ไม่เห็นด้วยกับประโยคหลังครับ
ฮอตโพสอีกแล้วสินะ เจ๋ง+
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
ดาร์วินเขาก็ช่างคิดนะ

Hot!
ชอบมาก Hot! Hot! Hot! Hot!

#28 By Cotton on 2008-09-05 21:53

1. เนาะๆ
2,3,4 ขอบพระคุณมากครับ ผมเองก็ติดตามบล็อกท่านเจ้าชายน้อยเช่นกัน รู้สึกเป็นเกียรติ แหะๆ
5. เหมือนเด๊ะ
6. นั่นสิครับ
7. Hot!
8. อ่า เขาว่าพระเจ้าให้อดัมอยู่เหนือสัตว์ทั้งมวลน่ะครับ แต่จริงๆแล้วโลกเราถูกปกครองด้วยปรสิตนั่นแหละ
9,10,11 สยองจิงๆแล
12. sex แบบซาดิสต์ในอาณาจักรสัตว์ยังมีอีกนา วันหลังจะเอามาลง
13,14,15 ^_^
16. เพิ่มอีกนิดแล้วครับ
17-23. ^_^
24. ถ้ามีคงแนวโหดๆละมั้ง
25. เชื่อคร้าบ

#27 By Repentant on 2008-09-05 21:48

เลี่ยงไม่พูดเรื่องพระเจ้าดีกว่าฉัน...

แต่ก็นี่แหละนะ ความเป็นจริงของธรรมชาติ

#26 By Lagnadan on 2008-09-05 21:43

จะเครียดไปทำไม

คนเรายังทำอะไรได้โหดกว่านี้อีก

เชื่อไหมsad smile

#25 By herenoi on 2008-09-05 21:23

น่าคิดครับ พระเจ้ามีจริงมั้ยน้อ เหอะๆHot! Hot!

#24 By Joey_kung on 2008-09-05 20:31

เคยดูละครเวทีเรื่องนึง เขาบอกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์น้อยที่สุดบนโลกก็คือ 'มนุษย์' อยากรู้จริงๆ ถ้าดาร์วินอยู่จนถึงวันนี้จะเห็นด้วยหรือเปล่านะ

#23 By LongLiveTheMagazine on 2008-09-05 19:46

โหดจัง

บ้านเราก็ตุ๊กแตนอ่ะ
ที่ตัวเมีย จะ กัดกินตัวผู้หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ โหด ๆๆ

#22 By C-C on 2008-09-05 18:39

เหอๆ Hot!

#21 By StillGoing on 2008-09-05 17:57

โหดสุดๆเลยครับ อ่านแล้วนึกถึงเอเลี่ยนเลยนะนี่ sad smile(น่าจะเป็นต้นแบบของเอเลี่ยนในหนัง)

#20 By SkyKiD on 2008-09-05 17:56

ฮือ น่ากลัว...

ดาร์วินไม่เชื่อสินะว่าพระเจ้าทรงมีเจตนาที่มนุษย์มิอาจหยั่งรู้ (ฮา)

แต่รุว่านะคะ ต้องนับว่าดาร์วินเองเป็นคนใจดีทีเดียว ที่รับไม่ได้กับเรื่องดังกล่าว
จริงงแล้วก็มีหลายอย่างที่คิดว่าโหดร้ายเหมือนกัน แต่ก็ต้อง"ทำใจ"ว่ามันเป็นธรรมชาติน่ะค่ะ

#18 By hikaru on 2008-09-05 17:28

โหดได้อีก นึกถึงหนังเรื่องเอเลี่ยนพรีเดเตอร์เลย


แต่ คนสมัยก่อนว่างๆเค้าก็คิดไปเรื่อยเนอะ

#17 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-05 16:40

อ่านตอนต้นสนุกดีครับ แหมแต่ตัดจบเ็ร็วไปหน่อย
เพลินดีครับ Hot!

#16 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-09-05 15:54

Hot! สงสารบุ้ง แงแง

#15 By Ru2u on 2008-09-05 15:37

เคยอ่านเจอว่าตัวอ่อนจะกินแมลงที่ฟัก แต่ไม่คิดว่าจะเลือกกินส่วนไม่สำคัญก่อนด้วย โหดหลายๆ

#14 By -----ROGER----- on 2008-09-05 15:10

โหดร้ายจริงๆwink
ธรรมชาติก็นะ....งี้แหละ
เอาดรากอนบอลไปซะconfused smile Hot!

#13 By Zephyr on 2008-09-05 14:56

อ่านแล้วนึกไปถึงตั๊กแตนสักพันธุ์ที่ผสมเสร็จตัวเมียก็งับหัวตัวผู้เป็นอาหารว่างต่อเลย

แต่อันนั้นคงตายไม่ทรมานเท่าไหร่มั้ง ห้าห้าหcry Hot!

#12 By tapum on 2008-09-05 14:54

เคยเคยดูสารคดี สยองดีแท้้sad smile

#11 By Pink clouds on 2008-09-05 14:40

มันโหดร้ายมากเลยอ่ะ sad smile

#10 By yium on 2008-09-05 14:26

เป็นต้นแบบของหนังเอเลี่ยนหรือเปล่าครับเนี่ย
ฝังตัวอ่อนในคนอ่ะ sad smile sad smile

#9 By ไอ้แพท.. on 2008-09-05 14:16

อืมมม...
ถ้าคิดว่ามนุษย์นั้นสำคัญที่สุด ก็คงจะคิดเพียงแค่ว่ามีแต่มนุษย์เท่านั้นที่พระเจ้าบรรจงสร้าง

ส่วนสัตว์อื่นๆ คงเป็นแค่ความผิดพลาดของพระเจ้า - -*

#8 By ilumin on 2008-09-05 13:37

โฮย..สยองงงHot!

#7 By (^_^)/nana on 2008-09-05 13:31

มนุษย์นี่แหละครับ ตัวทำลายตัวฆ่า มากกว่าสัตว์อย่างแมลงอีกdouble wink

#6 By on 2008-09-05 12:07

Hot! Hot! อุ....ก
น่ากลัว....
เหมือนเอเลี่ยนเลยนะคะนี่ -*-

#5 By Ame... on 2008-09-05 11:41

ลืมให้ดรากอนบอล Hot!

#4 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-05 11:06

ลืมให้ดรากอนบอล Hot!

#3 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-05 11:06

อืมม์ น่าคิดมากเลยครับ มันก็จริงอย่างที่ดาร์วินพูดนะครับ

ป.ล.บล๊อกน่้าสนใจครับ ขอ add ไว้อ่านเรื่องอื่น ๆ ต่อครับ

#2 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-05 10:55

เคยอ่านเจอเรื่องตัวต่อวางไข่ในหนังสือวิทยาศาสตร์ โหดมาก sad smile

#1 By persona non grata on 2008-09-05 10:45