วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2008


พอตื่นปุ๊บกลุ่มเราหกคนที่นอนกันบ้านคุณหมอเพื่อนรุ่นพี่ก็เบียดกันเข้าห้องน้ำแล้วรอเพื่อนอีกสี่คนขับรถมารับจากโรงแรม พอยัดแพนเค้กเข้าปากกันเรียบร้อยนักท่องเที่ยวจากเดลาแวร์ทั้งสิบก็เริ่มออกเดินทางจากเมือง Rochester ไปยังน้ำตกใหญ่ที่สุดในโลก ไนแองการ่า



ใช้ Google map นำทางไปประมาณ 2 ชั่วโมงในรถตู้ เคล้าเสียงเพลงและข่าวม็อบจนถึงที่หมาย น้ำตกไนแองการาแบ่งเป็นสองส่วนสำคัญคือ American Falls ที่อยู่ในฝั่งอเมริกากับ Horseshoe Falls ซึ่งตั้งแหมะอยู่ตรงพรมแดนสหรัฐและแคนาดาพอดี หรือเรียกว่าน้ำตกมิตรภาพก็ว่าได้


ฝีกล้อง Nikon D70 ของรุ่นพี่

ทางซ้ายคือ American Falls ดูตรงนี้อาจกิ๊กก๊อกแต่เอาเข้าจริงก็ใหญ่ใช่เล่น (ดูคนข่างล่างภาพก็ได้ว่าตัวติ๊ดเดียว) ที่พ่นไอน้ำอยู่ไกลๆโน้นแหละคือ Horseshoe Falls เดี๋ยวจะพาขึ้นเรือไปดูครับ

การล่องเรือ Maid of the Mist (นารีแห่งสายหมอก...ฟังดูหนังจีนชอบกลเนาะ) ชมทั้งสองน้ำตกนี้เริ่มกัน ค.ศ. 1846 ประมาณช่วงรัชกาลที่ 4 หรือนานกว่า 160 ปีเลยทีเดียวเชียว ตั้งแต่สมัยใช้เรือกลไฟแบบสองชั้นจนมาถึงปัจจุบันก็นับเป็น Maid of the Mist ลำที่เจ็ดแน่ะ! โดยหนึ่งในวีรกรรมนาวาลำนี้คือการช่วยชีวิต โรเจอร์ วู้เวิร์ด เด็กน้อยเจ็ดขวบซึ่งร่วงจากยอดน้ำตก Horseshoe Falls แล้วรอดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

จะเข้าถึงท่าเรือก่อนอื่นต้องลงลิฟท์ เสร็จแล้วต้องต่อคิวกลางแสงตะวันอีก 20 นาทีจนต้องหยิบเสื้อกันฝนเสร่อๆที่แจกมาใส่หลบแดแจ๋ด พอขึ้นไปก็ฟังประกาศกฏของ Maid of The mist ที่ฟังดูเหมือนรถเมล์ คือชิดในให้คนอื่นเข้าบ้าง ห้ามยื่นแขนขาออกมานอกเรือ แล้วก็อย่ากระโดดลงไปว่ายน้ำเล่น  


(Censor ไกด์เถื่อน Repentant ตามกฏ กบว)

Maid of the Mist จะล่องเป็นระยะทางเพียงสั้นๆจาก American Falls ไปจนถึง Horseshoe Falls แล้ววกยูเทิร์นกลับมา แต่ทิวทัศน์อลังการที่เห็นผ่านเรตินากับเลนส์กล้องนั้นจะติดตาไปอีกนานเลยล่ะ ผมขอใช้รูปภาพพูดแทนนะขอรับ


 American Falls กว้าง 253 เมตร สูง 53 เมตร! ไอน้ำที่กระจายออกมานั้นรุนแรงมากจนคนบนเรือถึงกับโดนสาดจนโงนเงนเป็นระยะเหมือนสงกรานต์ ข้างๆ American Falls ยังมีน้ำตกขนาดเล็ก (ที่ไม่เล็กเท่าไหร่) ชื่อ Bridal Veil Falls หรือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอยู่ด้วย


คล้ายๆผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวฝรั่งเหมือนกันนา

จากตรงนี้จะเห็นทางเดิน Cave of the Winds หรือ ถ้ำแห่งสายลมด้วย ซึ่งตรงนี้เดี๋ยวจะพาไปครับ

 พอผ่านตรงนี้ปุ๊บเรือก็เข้าใกล้ Horseshoe Falls มากขึ้น ละอองน้ำที่พุ่งออกมาก็แรงเสียจนไม่กล้าเปิดหน้ากล้องเพราะกลัวมันจะเสีย แถมต่อให้เอาเลนส์ท้าน้ำตกทุกอย่างก็ถูกคลุมด้วยละอองขาวจนเกือบหมดอยู่ดี สรุปเลยถ่ายได้แค่ซีกซ้ายกับขวาของน้ำตกเท่านั้นเอง T_T


ซีกซ้าย


ซีกขวา
 
พอเรือหักหัวกลับ ไกด์เถื่อนก็วิ่งหกขะเมนลงบันไดเปียกๆไปถ่ายรูป Horseshoe Falls ให้ได้แบบเต็มวง
 

รูปนี้เหมือนไม่มีเรื่องเล่าเท่าไหร่นอกจากเหล่านางนวล ผมเลยถือวิสาสะใช้ตำแหน่งผู้รวมรูปภาพในการเดินทางลากกล้องคนอื่นมาใช้ประกอบด้วย


พอเรือเข้าจอดท่า เราทั้งสิบก็กินน้ำแข็งใสรสเหมือนยาแก้อักเสบกันคนละถ้วย ก่อนรีบจ้ำอ้าวไปยังถ้ำสายลม Cave of the Wind

 
ข้อมือดูที่ไหนก็รู้ว่าคนไทย

พอจ่ายเงินค่าตั๋วเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ยื่นร้องเท้ากับเสื้อกันฝนมาให้อีกรอบ = =’ ยังดีที่คราวนี้แถวต่อกันใต้ร่มไม้ การรอเลยไม่ทรมานเท่าไหร่


(SRC: Flickr เนื่องจากไม่ได้ถ่ายครับ)

คนนี้คือลุง Nikola Tesla นักประดิษฐ์ต้นยุคศตวรรษที่ 20 ผู้บุกเบิกเรื่องพลังงานไฟฟ้าสมัยเดียวกับเอดิสัน ท่านเป็นคนคิดระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่เราใช้กันอยู่ในบ้านทุกวันนี้ แถมยังเป็นผู้สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกของโลกขึ้นตรง Niagara Falls นี่เองละครับ 

เงื้อมมือมนุษย์จะเพิ่งมาตัดแต่งน้ำตกนี้ได้ไม่ถึงสองศตวรรษ แต่ธรรมชาติได้ลงพู่กันกับ Niagara Falls มานานหลายร้อยล้านปีแล้วเริ่มจากอาศัยพลังแมกม่าใต้โลกดันรัฐนิวยอร์กและภาคเหนือของอเมริกาขึ้นจากท้องทะเล จากนั้นผลักธารน้ำแข็งยักษ์จากขั้วโลกเหนือ เซาะสกัดสายธารให้กลายเป็นทะเลสาบและก่อหน้าผาขึ้นจากซากทับถม เมื่อสิ้นยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณหมื่นปีก่อนสายน้ำจากทะเลสาบใหญ่ (Great lakes) ในแคนาดาก็กวาดลงมาสู่ Niagara Falls จนกลายเป็นภาพน้ำตกอลังการอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

ยิ่งลงมาตรง Cave of the wind เราก็ได้เห็นพลังแห่งการกัดเซาะของธรรมชาติมากขึ้น จากร่องหินและสายน้ำที่โครมครามผ่านหน้า

 

ขึ้นบันไดหลายร้อยขึ้นจนถึง Hurricane Deck ซึ่งเป็นส่วนที่เขาสร้างไปติดกับกระแสน้ำตอนพุ่งลงมาพอดี แต่น้ำก็แรงมากจนซัดเข้าเต็มจมูกตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบขึ้นไป ถึงขนาดว่าร่างกายมันเริ่มอึดอัดอย่างกับเวลาที่เรากระโดดลงน้ำเลยล่ะครับ

แปลว่าใช้กล้องไม่ได้อีกตามเคย = =’


พอเดินทั่ว Cave of the Wind เราก็สลัดเสื้อกันฝนออกอย่างลูกหมาตกน้ำแล้วเดินไปถ่ายรูป Horseshoe fall จากบนยอดน้ำตกกัน เสียดายที่ฝั่งอเมริกาเห็นเกือกม้าได้ไม่ทั้งวง ภาพเลยออกมาไม่สวยงามเท่าไหร่
 


พอคณะเดินทางเริ่มเหนื่อย ไกด์เถื่อนอย่างกระผมเลยต้องจิ้ม Google map อีกครั้ง แต่เครื่องดันเจ้ากรรมจิ้มไปร้านอาหารฝั่ง Rainbow city ฟากแคนาดาหมดเลย(ไปไม่ได้เพราะไม่มีวีซ่า) ตอนแรกว่าจะทานข้าวกันร้าน Top of the Falls บนยอดน้ำตก แต่ไปๆมาๆไหงไปหาบุฟเฟต์กินกันในเมืองก็ไม่ทราบ แถมร้านตามถนนดันมีแต่อาหารแขกเสียด้วย! (ทำไมแขกมาเที่ยวไนแองการาเยอะจนนึกว่าอยู่เดลฮีก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ)

หลังอิ่มหนำแล้วเราก็เดินไปถ้่ายรูป Rainbow city ยามเย็นกับ Niagara Falls ตอนกลางคืน ซึ่งเขาจะส่องไฟจากฝั่งแคนาดามาให้


ฝั่งแคนาดายามเย็น


American Falls ใต้แสงนวลและนีออน

 

ปิดท้ายด้วยการนั่งรถอั้นปัสสาวะนานสองชั่วโมงถึงที่พักสลบไสล พรุ่งนี้(31 กค)ไกด์เถื่อนจะพาเที่ยวกลุ่มทะเลสาบ Five Fingers  โปรดติดตามชมได้ขอรับ

 -------------------------------------------------

เนื่องจากรวมกล้องทุกคนแล้วมีรูปมากมายหลายกิ๊ก ผมจึงขอเอาภาพจากน้ำตกไนแองการ่าแถมให้อีกหน่อยก่อนจะเริ่มทัวร์ Five Fingers Lakes ละกันนะขอรับ


ละอองน้ำตรงส่วนปลาย Horeshoe Falls ลงไปนั่น 50 กว่าเมตรเชียวนะครับ

 
Rainbow city + ไฟจากฝั่งแคนาดา ด้านแดนเมเปิลนี่แสงสีเสียงเยอะมากจนน้ำตกฟากอเมริกาดูโลกที่สามไปเลย

 
แสงจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆด้วยนะครับ ^_^



คิดว่าแดงสลัน้ำเงินอย่างนี้กับสีขาวโพลนจะสวยสุด

 
ขาวจั๊วะ

 
ของใน Gift shop ดูน่ารัก

  
ปิดท้ายด้วย Rainbow Bridge สะพานมิตรภาพไทย-ลาว เอ้ย อเมริกา-แคนาดา

--------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ธรรมชาติยิ่งใหญ่จริงๆ

ติดใจน้ำแข็งไสรสยาแก้อักเสบจริงๆ อยากลองกินดูบ้างquestion

#22 By kororo on 2008-09-06 00:58

12. เนาะๆ
13,14 ^_^
15. เย็นสุดๆ กลับมาต้องทานไทลีนอลเลยครับ
16,17,18,19 ^_^
20. อ่ะนา พี่เอ็ด แค่ไม่เห็นหน้าก็พอแล้ววว

#21 By Repentant on 2008-09-04 23:34

หน้ากากของ V มันลอยๆ หลอนๆ ไปหน่อยนะดล surprised smile

#20 By Eddalion on 2008-09-04 22:31

สวยงามมาก อยากไปมั่ง

#19 By R!PPER on 2008-09-04 19:21

อ่ะงามแต้ๆ ยังไม่มีโอกาสได้ไปเชียดเลย -*-

#18 By yium on 2008-09-04 19:13

สวยจังค่า อยากไปมั่งง Hot!

#17 By iDoi* on 2008-09-04 18:20

ชอบรูปตอนกลางคืนครับ สวยมากๆ confused smile confused smile

#16 By Googigg on 2008-09-04 13:29

อยากให้น้ำจากน้ำตกกระเซ็นโดนตัวจัง big smile

#15 By st.GiZMo on 2008-09-04 12:11

ดูรูปที่ขนาดน้ำตกเทียบกับคนแล้วรู้สึกว่ามันมโหฬารมากเลยค่ะ

อยากมีโอกาสไปเห็นด้วยตาตัวเองซักครั้งจัง

#14 By ★ GenZo ★ on 2008-09-04 09:42

สีสวยดี

#13 By นายฉิม on 2008-09-04 09:06

ฉายแสงใส่น้ำตกแบบนี้แล้วสวยจังcry
1. ภาพในโพสต์ที่แล้วสวยกว่านี้อีกนา
2,3,4 เลยเอาภาพมาฝากนี่ละครับ
5. ผมก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าเขาเปิดไฟกลางคืนด้วย
6. ^_^
7. ก่อนหน้านี้ผมไปมาใหญ่สุดก็ทีลอซูนี่แล
8. ไม่ใสหรอกครับ น้ำค่อนข้างขุ่นอยู่ แต่เพราะแสงมันดีมากกว่าเลยน้ำเงินเลื่อมเชียว
9. อันที่แล้วมีฟ้ากว่านี้อีกพี่เอ็ด
10. ^_^

#11 By Repentant on 2008-09-03 20:29

แสงกระทบน้ำ สวยมาก Hot!

#10 By (^_^)/nana on 2008-09-03 20:18

ฟ้าเป็นฟ้าจริงๆdouble wink

#9 By Eddalion on 2008-09-03 18:50

ชอบภาพสุดท้ายครับ น้ำใสมองเห็นตัวปลาไหมนั่น อยากให้แม่น้ำเจ้าพระยากลับมาใสแบบนี้บ้างจัง
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
ดูยิ่งใหญ่อย่างแรง

#7 By on 2008-09-03 15:06

สวยมากๆๆๆๆ

เป็นสถานที่ในฝันเลยล่ะค่ะ อยากจะไปดูด้วยตาตัวเองครั้งหนึ่งในชีวิต

ปล. อิจฉามาก แต่ก็ของคุณมากๆค่ะที่เอามาให้ดูกันbig smile

#6 By SaiFoN on 2008-09-03 12:52

สีตอนกลางคืนนี่สวยงามมากครับ

#5 By manop on 2008-09-03 12:18

LOL~

รูปสวยฮะ

ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกัน.. ><~
อยากไปมั่ง สวยจริงๆเลย

#3 By ตุ้ย since 2006 on 2008-09-03 11:12

wow

wannna join this trip kaaa

#2 By tapum on 2008-09-03 09:24

โอ้วววววววววว จอชชชชชชชชชชช
ทามมายมานสวยอย่างงี้...!!!
อยากไปจางเรยยยย

#1 By YAKUMO on 2008-09-03 08:53