มนุษย์ไม่ได้มาจากลิง...ตอนจบ
posted on 27 Aug 2008 07:50 by repentant in Evolution, Scienceในตอนที่ 1 และ 2 ของบทความชุดนี้เราได้คุยกันถึงหลักฐานทางโครโมโซม,ไวรัส,รหัสพันธุกรรมขยะ ที่แสดงถึงความสัมพันธุ์ทางวิวัฒนาการระหว่างมนุษย์กับลิงไปแล้ว สำหรับตอน 3 ผมจะขอยกหลักฐานเห็นได้ง่ายอย่างซากฟอสซิลมาแสดง ก่อนปิดท้ายด้วยบทสรุปที่คงช่วยตอบคำถามในใจหลายคนอย่าง "การครอบครองดวงเคราะห์ดวงนี้เป็นพรหมลิขิตของมนุษยชาติหรือไม่?" และ "เราอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือเปล่า?"
เข้าเรื่องฟอสซิลกันก่อนนะครับ
ผมคิดว่าเราคงคุ้นเคยกับภาพทำนองนี้อยู่พอสมควรเพราะเปิดหนังสือวิทยาศาสตร์เล่มไหนก็มี ส่วนตาราเรียนมีหรือเปล่านั้นไม่ค่อยมั่นใจ (แต่คิดว่าคงไม่เพราะสถาบันศึกษาบ้านเราค่อนข้างตระหนี่ค่าพิมพ์ตารางใหญ่ๆสวยๆแบบหนังสือเรียนเมืองนอก)
จริงๆแล้วการแสดงขั้นตอนวิวัฒนาการมนุษย์ในลักษณะนี้มีข้อบกพร่องใหญ่ๆ2อย่างนั่นคือ
1. ไม่อธิบายว่าเจ้าจ๋อตัวซ้ายสุดไม่ใช่ลิงในปัจจุบันแต่เป็นบรรพบุรุษที่เรากับชิมแพนซี อุรังอุตังและกอริลล่ามีร่วมกันต่างหาก เพราะเขาวาดรูปซะคล้ายลิงชิมแพนซีเหลือเกินนี่แหละกลุ่มต่อต้านวิวัฒนาการถึงชอบถามว่า "ถ้ามนุษย์มาจากลิงจริง แล้วทำไมยังมีลิงอยู่อีกล่ะ"
2. ตัวอย่างสายพันธุ์ซึ่งนำมาวาดนั้นมีน้อยกว่าที่เราค้นพบมาก ทำให้เราชอบคิดว่ายังมี Missing link หรือห่วงโซ่วิวัฒนาการที่หายไปอยู่ สื่อบ้านเรายิ่งไม่ประสีประสาเรื่องทำนองนี้พอมีข่าวขุดพบสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ทีไร ก็มักอ้างว่าพบ Missing link เสียเรื่อย = ='
ความจริงคือนับตั้งแต่ปี 1896 ที่มีคนขุดพบฟอสซิล Homo erectus ซากแรกจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ที่อยู่ร่วมกิ่งก้านวิวัฒนาการเดียวกับเราได้แล้วกว่า 24 ชนิด ซึ่งหลักฐานทางฟอสซิลก็แสดงความเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆตามหลักวิวัฒนาการ จากสัตว์ร่างกายเดินไม่ขนานกับพื้น ฟันยื่น ขนรุงรัง ตัวเตี้ยม่อต้อ จนกลายมาเป็นมนุษย์ซึ่งใจชอบใฝ่ลงเดินสี่ขา ฟันไม่แปรง น้ำไม่อาบ ตัวอ้วนเหมือนตุ่ม ได้อย่างชัดแจ้ง
กิ่งไม้วิวัฒนาการ...นี่เป็นเพียงตารางคร่าวๆยังขาดตัวอย่างอื่นอีกหลายชิ้น แต่แค่นี้ก็สมบูรณ์มากแล้ว
ถ้าอยากรู้ว่าขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของบรรพบุรุษเรานั้นแนบเนียนขนาดไหน ลองดูภาพข้างล่างนี่ได้เลยครับ
กะโหลก A เป็นของชิมแพนซี ส่วน N มาจากมนุษย์ปัจจุบันที่เหลือเป็นของสัตว์คล้ายมนุษย์ทั้งหมด หากมองเผินๆอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของใครเป็นของใคร (ขนาดนัก"วิทยาศาสตร์"ที่เชื่อว่าพระเจ้าสร้างโลก ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นต่างหาก ยังตกลงกันไม่ได้เลยว่าอันไหนเป็นของคนหรือลิง)
เรียกได้ว่าห่วงโซ่วิวัฒนาการมนุษย์นั้นเกือบสมบูรณ์แล้ว...จะเหลือชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆมาประกอบเข้าไปอีกหน่อยก็ไม่ทำให้ความเข้าใจของเราเปลี่ยนไปแต่อย่างใด
ต่อไปผมจะพูดเกี่ยวกับประเด็นสุดท้าย นั่นคือชะตาลิขิตการได้ครองพิภพของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอื่นหรือที่เกริ่นไว้เมื่อจบตอนที่แล้วว่า "เอเลี่ยน"จริงๆแล้วชาวต่างดาวในความหมายนี้คือวัฒนธรรม หรือสิ่งมีชีวิตซึ่งแตกต่างไปอย่างที่สมองมนุษย์ไม่อาจทำความเข้าใจได้โดยสมบูรณ์
เหมือนคราวกองทัพนโปเลียนย่างถึงอียิปต์และทอดตามองมหาปิระมิดแห่งกิซา รูปปั้นสฟิงซ์หัวมนุษย์กายราชสีห์เป็นครั้งแรก สถาปัตยกรรมเหล่านั้นดูน่าพิศวงเกินกว่าชาวยุโรปในสมัยหลายพันปีให้หลังจะเข้าใจได้ ว่าเหตุใดชาวอียิปต์โบราณจึงทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อจารึกมันไว้บนพื้นโลก...ในอนาคตข้างหน้าลูกหลานของเราอาจมองย้อนกลับมาและตั้งคำถามกับซากตึกสูงระฟ้า อนุเสาวรีย์มหึมาอย่างเดียวกับที่นโปเลียนทำก็ได้
...
ถ้าเราจะหา"เอเลี่ยน"ในความหมายนี้ ผมขอให้ท่านเลื่อนหน้าจอขึ้นไปยังกิ่งไม้วิวัฒนาการที่แสดงความสัมพันธุ์ระหว่างฟอสซิลอีกครั้ง แล้วมองดูก้านแขนงแห่งชีวิตซึ่งบัดนี้แห้งตายเกือบหมดสิ้น หลงเหลือเพียง Homo sapiens ให้ผลิใบต่อไปอย่างลำพัง
กิ่งไม้วิวัฒนาการที่ตายอยู่รอบตัวเรานี่แหละครับคือเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาซึ่งในอดีตเคยมีโอกาสจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้แทนที่มนุษย์ หากถูกกระแสแห่งธรรมชาติอันโหดร้ายชิงปลิดจากต้นเสียก่อนกาล ใครจะไปรู้ว่าอะไรทำให้เรารอดแต่เขาสาบสูญ บางทีอาจเป็นระยะทางต่างเพียงเมตรจากคมเขี้ยว เซลล์เชื่อโรคเพียงหนึ่งตัว หรือเลือดไม่กี่หยาดก็ได้
ดูอย่างนีแอนเดอธัลล์สิครับ พวกเขาก้าวหน้าใกล้เคียงมนุษย์แทบทุกอย่างแม้ว่ารหัสพันธุกรรมจะแตกต่างจนเป็นอีกสปีชีส์
ผลแกะรหัสพันธุกรรมไมโตคอนเดรีย Neanderthal ที่นักวิทยาศาสตร์กู้ได้จากฟอสซิลไขกระดูก ความแตกต่างระหว่าง DNA ของคนกับนีแอนเดอร์ธัลนั้นมากเกินขีดจำกัดของสปีชีส์เดียวกัน
นีแอนเดอร์ธัลมีสติปัญญาสูง สามารถคิดค้นเครื่องดนตรี สร้างงานศิลปะ และอาจนับถือศาสนาด้วยจากหลักฐานพิธีกรรมให้ผู้ตาย ท่านคิดว่าเมื่อสมัยพวกเขายังอยู่ร่วมโลกกับมนุษย์ นีแอนเดอร์ธัลจะนั่งล้อมวงรอบกองไฟใต้ดวงดาว แล้วร่ายเพลงขับขานต่อพระเจ้าของเขาให้ปกปักษ์เผ่าพันธุ์ให้อยู่รอดหรือเปล่า? หากประวัติศาสตร์ต่างไปอีกสักนิดและ Homo sapiens อย่างเราเป็นฝ่ายสูญพันธุ์แทนโลกทุกวันนี้จะอึงคะนึงด้วยเสียงประท้วง กลิ่นไอเสียมอเตอร์ไซค์กับคำถามว่า“เราเป็นใคร? เกิดมาทำไม?” อย่างทุกวันนี้หรือไม่? คำตอบล่ะจะเป็นเช่นไร?
มนุษย์นั้นพิเศษแน่ แต่ไม่ได้พิเศษเพราะถูกลิขิต...เราพิเศษเพราะสามารถเอาชีวิตรอดจนวิวัฒนาการสมองที่ใหญ่พอจะช่วยเปิดตาให้เห็นความเชื่อมโยงในห่วงโซ่ใหญ่ของชีวิต และรู้ถึงคุณค่าของเวลาอันน้อยนิดที่มนุษย์มีโอกาสใช้บนดาวเคราะห์อายุ กว่าสี่พันล้านปีดวงนี้ ณ วันนี้มนุษย์อาจโดดเดี่ยวแต่เราก็ไม่ได้เดินตามประแสแห่งชีวิตมาเพียงลำพัง...ก็มีเพียงมนุษย์อีกนั่นแหละ ที่สามารถหลั่งน้ำตาให้กับเพื่อนร่วมกิ่งก้านที่ล้มหายและรักษ์ทุกสิ่งซึ่งยังเหลืออยู่ร่วมกับเรา
ขอจบซีรียส์บทความเรื่องวิวัฒนาการของมนุษย์เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ตามอ่านอย่างสูงและกราบสวัสดี -/\-
Tags: วิวัฒนาการ11 Comments

ถ้าตอบเลียนแบบแนวคิดของดาร์วิน นีแอนเดอร์ธัลคงตายไปโดยไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับภาวะแวดล้อมใหม่ได้ เพราะโครงสร้างที่เป็นนักล่า กระดูกใหญ่ จมูกใหญ่เพื่ออบอุ่นอากาศ ร่างกายเล็กฯลฯ ไม่เอื้ออำนวยต่ออากาศแบบอบอุ่นในยุคใหม่ที่เข้ามา

#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2008-08-27 11:45