Take a ride with me...into deep time
posted on 22 Aug 2008 14:22 by repentant in Evolution, Scienceหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนสับสนเกี่ยวกับทฤษฏีวิวัฒนาการเกิดจากการสัมผัสเวลาและเอกภพด้วยมุมมองอย่างมนุษย์บันทึกประวัติศาสตร์หลายพันปีดูเผินๆเหมือนจะยาวนานแต่แท้จริงแล้วแสนสั้นน่าใจหายเมื่อเปรียบเทียบกับอายุเอกภพ
การดำรงอยู่เพียงชั่ววูบดุจเปลวไม้ขีดในสายลมนี้เองที่ทำให้มนุษย์ชาติคลาดเหตุการณ์มหัศจรรย์ อย่างเช่นก้าวแรกบกพิภพของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำการสยายปีกสู่ฟ้าของเหล่าปักษาหรือคราครั้งที่บรรพบุรุษของเรามองขึ้นสู่ทะเลดาราและเริ่มตั้งคำถามว่ามีอะไรอยู่ข้างนอกบ้างไปอย่างน่าเสียดาย
กระนั้นพลังของวิทยาศาสตร์หลากแขนงก็ช่วยส่องแสงให้มนุษย์สามารถมองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น...และเข้าใจความหมายของการเป็นหนึ่งในด้ายร้อยที่ถักทอขึ้นเป็นผืนผ้าแห่งธรรมชาติได้
วันนี้ผมจึงขอเชิญทุกท่านมาขับรถตามรอยกาลเวลาด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเราลองเทียบระยะทาง 1กิโลเมตรให้เท่ากับช่วงเวลา 10 ล้านปี โลกอายุประมาณ 4,500 ล้านปีก็จะได้ระยะทางสัก 450 กิโลเมตรหากขับขึ้นเหนือเรื่อยๆจากกรุงเทพก็คงถึงอุตรดิตถ์พอดี
พร้อมแล้ว...ก็เชิญมาด้วยกันเลยครับ ^_^
เริ่มสตาร์ทรถจากเสาชิงช้า...โลกยามนี้เพิ่งถือกำเนิดจากการรวมกันของกลุ่มแก๊สร้อนและละอองดาราที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้นยังเยาว์วัย พื้นผิวร้อนระอุดุจนรกโลกันต์รอบๆที่เรายืนอยู่มีเพียงหินแมกม่าหลอมเหลวอันเป็นผลจากฝนอุกกาบาตซึ่งกระหน่ำลงสู่โลกที่เวลานั้นไร้ชั้นบรรยากาศอบอุ้มอย่างไร้ปราณี
ไม่มีชีวิตใดจะรอดอยู่ได้แม้เพียงเสี้ยววินาที
34 ล้านปีจากปฐมกาลหรือ 3.4กิโลเมตรประมาณพระราชวังสวนจิตร โลกยังคงเดือดพล่านด้วยทะเลลาวาแต่หากท่านแหงนหน้าขึ้นก็จะเห็นวัตถุขนาดใหญ่เกือบเท่าดาวอังคารแหวกท้องนภาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันคือ Theiaดาวเคราะห์เพื่อนบ้านที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับพิภพเราแต่ด้วยมวลมากมหาศาลทำให้มันหลุดออกนอกวงโคจรและพุ่งปะทะโลก
พลังการชนมหาศาลกว่าคราวใดในประวัติศาสตร์หลอมรวมแกนกลางของ Theiaกับพิภพเราเข้าด้วยกันและส่งพื้นผิวดาวเคราะห์ทั้งสองให้กระจัดกระจายสู่วงโคจรอีกไม่นานอำนาจแรงโน้มถ่วงจะช่วยทั้งปั้นเถ้าธุลีที่เคว้งคว้างเหล่านี้ให้กลายเป็นดวงจันทร์และกำกับบทระบำนิรันด์ของมันไปรอบโลก
เหยียบคันเร่งหนึ่งที
600 ล้านปีจากปฐมกาลหรือ 60 กิโลเมตรเราออกจากกรุงเทพมาถึงอยุธยาแล้วครับตอนนี้โลกเริ่มเย็นลงจนมีพื้นผิวแข็ง มหาสมุทรแห่งแรกก็เพิ่งถือกำเนิดภาพแดนอเวจีอาจหายไปบ้างแล้วแต่ท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งวางใจเพราะนี่ไม่ใช่ดาวเคราะห์แห่งชีวิตที่ทุกคนคุ้นเคยแน่ๆฝูงอุกกาบาตยังคงแหวกชั้นบรรยากาศบางๆมากระตุ้นลาวาใต้โลกให้ตื่นพิโรธบรรยากาศรึก็หนาแน่นด้วยแอมโมเนีย ไนโตรเจน มีเธน และคาร์บอนไดออกไซด์ สูดเข้าไปแม้สักเฮือกความตายจะมาเยือนทันที
ถึงอย่างนั้นผมก็ขอขับพาท่านฝ่าสภาพแวดล้อมเลวร้ายไปจอดตรงขอบมหาสมุทรแอมโมเนียหากก้มลงเพ่งละเอียดสักหน่อยเราจะเห็นต้นกำเนิดชีวิตดิ้นเร่าอยู่ใต้ผิวน้ำพวกมันเป็นเพียงหน่วยชีวะพื้นๆที่สภาพไม่ต่างจากสภาพแวดล้อมอชีวะรอบตัวสักเท่าไหร่ RNA เหล่านี้แพร่โดยบริโภคทรัพยากรรอบๆมาสร้างตัวก็อปปี้ความผิดพลาดตามธรรมชาติอาจทำให้ลูกหลานบางตัวแย่งชิงอาหารเก่งกว่าบรรพบุรุษและได้ดำรงพันธุ์ต่อไป
การสืบทอดทางพันธุกรรม,การคัดเลือกตามธรรมชาติอันเป็นหัวใจของกระบวนวิวัฒนาการถือกำเนิดแล้ว...ธรรมชาติได้แปรงกับพู่กันที่จะใช้ระบายโลกให้พลุกพล่านไปด้วยชีวิตไว้ในอุ้งหัตถ์
...
เริ่มเดินทางกันต่อดีกว่า รัดเข็มขัดให้แน่น เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเพราะครั้งนี้จะวิ่งไกลนิดนะครับ
3600 ล้านปีจากปฐมกาล หรือ 360 กิโลเมตรพริบตาเดียวเราก็วิ่งผ่านลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร เข้าถึงพิษณุโลกแล้วลองหันไปดูรอบๆพื้นโลกก็ยังแห้งแล้งว่างเปล่าชีวิตง่ายๆอย่างสาหร่ายเซลล์เดียวสัตว์หลายเซลล์ยังอยู่กันแต่เพียงใต้ทะเลอาศัยมหาสมุทรช่วยปกป้องจากกัมมันตภาพรังสีดวงอาทิตย์ ในอีกประมาณ 400ล้านปีชีวิตมีรูปร่างเนื้อหนังอย่างที่เราคุ้นเคยจะค่อยๆเกิดขึ้นอย่างช้าๆขุดรูขุดโพรงทิ้งไว้ในบันทึกฟอสซิลเพื่อรอคอยโลกที่อุดมด้วยออกซิเจนจากพืช...และโอกาสจะได้ปลดปล่อยความสามารถที่วิวัฒนาการสั่งสมมานับกัลป์ไม่ถ้วน
อีก 470 ล้านปีต่อมา (4070 ล้านปีจากปฐมกาล)เพิ่งเข้าพรมแดนอุตรดิตถ์เราลองเดินกลับไปฝั่งมหาสมุทรคราวก่อน แล้วย่างเท้าให้ลึกอีกสักหน่อยดีกว่าครับ เมื่อรู้สึกว่าน้ำเลยหัวแล้วค่อยเปิดตาท่านก็จะพบกับ...ชีวิต
ฝูงปลาโบราณบรรพบุรุษของสัตว์มีกระดูกสันหลังแหวกว่ายหลบหลีกคมก้ามหิวกระหายของสัตว์ต้นตระกูลแมงป่องไปอย่างหวุดหวิดแค่ทอดตารอบๆจะเห็นสัตว์รูปร่างประหลาดหลากพันธุ์ที่ปัจจุบันไม่หลงเหลือให้เห็นแล้วพื้นทะเลเบื้องล่างอุดมด้วยพืชกับไทรโลไบต์สิ่งมีชีวิตมีเปลือกอย่างง่ายซึ่งจะทิ้งลูกหลานอย่างแมงดาทะเลไว้ให้เราได้เชยชม
นี่อาจเป็นพิภพแห่งชีวิต...แต่มันผิดแปลกเสียจนเราเรียกว่าแดนต่างดาวก็ยังได้
ยุคแคมเบรียนไม่ได้เกิดอย่างปุบปับ หากแต่เป็นกระบวนการที่กินนานหลายพันล้านปีมรดกสำคัญของช่วงเวลานี้คือโครงสร้างพื้นฐานร่างกายอย่าง ตา กระดูกสันหลังปอด แขน ขา ที่จะสลักลงบน DNA แล้วถ่ายทอดให้ลูกหลานได้ใช้ในการเหยียบย่างขึ้นสู่บกกลายเป็นไดโนเสาร์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสารพัดชีวิตที่แบ่งปันโลกนี้กับมนุษย์ชาติ
อีกสักสองช่วงแล้วกันนะครับ เดี่ยวท่านผู้อ่านจะเหนื่อยเสียก่อน นี่เราก็ห่างจากกรุงเทพมาไกลแล้วด้วย
4535 ล้านปีจากปฐมกาล หรือประมาณ 465ล้านปีหลังจุดที่แล้ว ถึงกลางจังหวัดอุตรดิตถ์พอดีเรากำลังอยู่ในปลายยุคครีเตเซียสท่ามกลางฝูงไดโนเสาร์ ท้องนภาแต่งแต้มด้วยเมฆและฝูงนก พิภพอบอวลละอองเกสรดอกไม้เป็นครั้งแรก หากพลิกก้อนหินหรือเอื้อมมือแหวกกิ่งไม้ก็จะเห็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเท่าหนูวิ่งหลบไปด้วยความขี้อาย
โลกผ่านการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่มาแล้วสามครานับแต่ยุคแคมเบรียน ทุกครั้งธรรมชาติอันไร้ปราณีได้กวาดล้างพืชและสัตว์ไปมากมายเหลือคณาแต่จักรกลแห่งวิวัฒนาการก็ช่วยให้ชีวิตหาทางเอาตัวรอดและถักทอสายใยพันธุ์กรรมสู่ลูกหลานต่อไป พิภพเองเปลี่ยนผู้ครอบครองมาหลายมือตั้งแต่ ไทรโลไบท์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมจนมาถึงไดโนเสาร์...หากราชากิ้งก่าเหล่านี้ได้เรียนรู้ธรรมชาติของโลกเช่นเดียวกับเรา มันก็คงสำเหนียกรู้ตัวว่าทุกสิ่งต้องมาถึงจุดจบในไม่ช้า
อุกกาบาตจากฟากฟ้าตกลงสู่โลกบริเวณเมกซิโกพร้อมแสงแสบจ้า ก่อเหตุ KT extinctionที่แม้ไม่รุนแรงเท่าเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่อื่นๆแต่ก็สำคัญในแง่ที่ว่ามันทำลายไดโนเสาร์จนเกือบหมด (เกือบหมด...ใช่ครับเกือบหมด) และเปิดทางให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้กลับมาครองโลกอีกครั้ง
พิภพถูกทำลายและรื้อฟิ้นขึ้นใหม่เสมอ ผืนผ้าแห่งชีวิตอาจหลุดวิ่นแต่ไม่มีวันฉีกขาด
...
4,599,800,000 ปีจากปฐมกาล หรือเดินจากจุดที่แล้วมา 6กิโลกว่าๆเราก็จะเจออีฟมองขึ้นฟ้า...แล้วเฝ้าสงสัยว่าเหนือทะเลดาวขึ้นไปนั้นมีอะไร
4,599,990,000 ปีจากปฐมกาล ห่างไกลจากกรุงเทพเกือบ 460 กิโลเมตรมนุษย์เริ่มสร้างสังคม มีการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูก เราเริ่มเขียนหนังสือร้องเพลง และสร้างตำนานจากความฝัน
หยุดรถตรงนี้กันดีกว่า
ถ้าท่านอยากรู้ว่าสมัยปัจจุบันต้องไปกันอีกไกลเท่าไหร่ผมขอให้ท่านเปิดประตูกว้างๆมองย้อนไปยังทางที่เราผ่านมาด้วยรอยยิ้ม...แล้วก้าวสั้นๆไปอีก 1 เมตร ยาวกว่าที่อาร์มสตรองเหยียบลงดวงจันทร์เพียงนิดเดียว
นั่นแหละคือกาลสมัยของเรา ^_^ ยุคแห่ง Homo Sapien Sapien ยาวเพียง 1 เมตรเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์โลกยาว 460 กิโล
ถึงตอนนี้หลายท่านอาจสลดว่ามนุษย์นั้นกระจิ๊บจ้อยร่อยเมื่อเทียบกับกาลเวลาแต่นั่นไม่จริงหรอกครับ เพราะธุลีละอองดาวที่ก่อเป็นโลกเมื่อ 4,600ล้านปีมาแล้วปัจจุบันประกอบเป็นร่างกายเนื้อหนังรหัสพันธุกรรมของเราสืบทอดจากบรรพบุรุษที่วิวัฒนาการจนรอดพ้นหายนะนับไม่ถ้วน...สำคัญที่สุดคือบนดาวเคราะห์ดวงนี้มีเพียงเราเท่านั้นที่ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ซึ่งทุกสรรพสิ่งในห่วงโซ่ชีวิตมีร่วมกันและคงมีเพียงเราที่จะตื้นตันหรือรักสิ่งละอันพรรณละน้อยซึ่งร่วมเดินทางมาด้วยกันได้
ปล. แล้วอีก 1 เมตรต่อไปของเราจะเป็นยังไง?ต้องลุ้นกันต่อไปนะครับ
ปล2. กระจ่างเรื่อง Time scale แล้ว ประเด็นอื่นๆเกี่ยวกับวิวัฒนาการคงเข้าใจได้ง่ายขึ้น ^_^

ชอบวิธีเปรียบเทียบมากเลยครับ
#1 By ณ on 2008-08-22 14:28